![]() |
การศึกษา ไต้หวัน :Guru เที่ยว ไต้หวัน
การศึกษา
ระบบการศึกษาของไต้หวันก็คล้ายๆ กับประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศเริ่มตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียน ๒ ปี การศึกษาภาคบังคับอีก ๙ ปี แบ่งเป็น ประถมศึกษา ๖ ปี ป. ๑ ถึง ป.๖ มัธยมต้นหรือที่เรียกว่า junior high school อีกสามปี
หลังจากจบมัธยมต้นภาคบังคับก็อาจสอบเข้าเรียนต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นไป เช่น มัธยมปลายที่เรียกกันว่า senior high school อีกสามปีหรือจะไปเรียนอาชีวะ ก็เรียนต่ออีกสามปีหรือจะไปเรียนต่อในระดับ junior college ก็ต้องเรียนอีก ๕ปี
หากจะไปเรียนระดับมหาวิทยาลัย ก็ต้องสอบเข้าเหมือนๆ กับอีกหลายประเทศที่เรียกว่า Joint College Entrance Examination หรือสอบ national exams อื่นๆ
ก็อย่างว่า การสอบแข่งขันด้วยจำนวนนักเรียนที่มากขนาดนั้นก็ต้องมีการแข่งขันสูงเป็นธรรมดา เมื่อสอบเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแล้วก็อาจสอบเรียนต่อในระดับบัณฑิตศึกษาต่อไปได้
จำนวนประชากรที่อ่านออกเขียนได้ในไต้หวันนั้นสูงกว่าร้อยละ 93 ส่วนผู้ที่อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้นั้นก็มาจากเหตุผลที่ส่วนใหญ่คนเหล่านี้เป็นผู้สูงอายุที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ชาวไต้หวันเป็นผู้ที่อยากจะได้รับการศึกษาสูงๆ ดังนั้นการจะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจึงเป็นเรื่องชี้เป็น ชี้ตายคล้ายๆ กับบ้านเรา การจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงมีการแข่งขันกันสูงมาก ก็อย่างว่า การแข่งขันสูงๆ อย่างนั้นจึงเป็นโอกาสของโรงเรียนกวดวิชาเอกชนต่างๆ ที่ผุดกันขึ้นเป็นดอกเห็ดคล้ายๆ บ้านเราอีกเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กๆ ที่ทางบ้านรายได้ไม่ดีนักก็ยังต้องใช้เวลาในตอนเย็น วันหยุดหรือช่วงโรงเรียนปิดเทอมไปกวดวิชากันอย่างบ้าคลั่ง
การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยในไต้หวันนั้นมุ่งเน้นการเรียนการสอนไปที่สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่ากันว่ามีนักศึกษาของไต้หวันประมาณร้อยละ 35 จากจำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัยของไต้หวันทั้งสิ้นประมาณ 350,000 คนนั้นเรียนสาขาวิศวกรรม
ชาวต่างชาติที่อยากจะเรียนมหาวิทยาลัยในไต้หวันก็จะต้องพูดและใช้ภาษาจีนได้คล่อง เพราะไม่อย่าสงนั้นแล้วก็ไม่สามารถฟังการบรรยายที่เป็นภาษาจีน(แมนดริน)ได้
|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||


