![]() |
การเดินทางในอิตาลี :Guru เที่ยว อิตาลี
Rome
โรมเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยและถนนคดเคี้ยวมากมายที่อาจทำให้เกิดหลงทางได้ง่ายๆ จึงจำเป็นต้องหาแผนที่ดีๆติดตัวไว้สักแผ่นและศึกษาเส้นทางให้ดี อีกเรื่องที่ควรศึกษาไว้ก่อนไปก็คือเส้นทางการเดินรถประจำทาง เนื่องจากถนนหลายเส้นทางเป็นการเดินรถแบบทางเดียว (One Way) จุดขึ้นและลงของรถประจำทางบางสายจึงอาจไม่อยู่ในเส้นเดียวกันเสมอไปเข้าเมือง
วีธีที่สะดวกที่สุดคือรถไฟสายพิเศษลีโอ นาร์โด เอ็กซ์เพรส(Leonardo Express) ที่วิ่งระหว่างสนามบินถึงสถานีรถไฟแตร์มินี(Termini Station) แบบไม่จอดป้ายอื่น ใช้เวลาราว 30 นาที ให้บริการรถไฟทุกๆครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06.30-23.30 น. สามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ร้านขายบุหรี่และของจิปาถะที่เรียกว่าตาบัคคี(Tabacchi) หรือเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติในสนามบินหรือสถานีรถไฟ ค่าโดยสารคนละ 9.50 ยูโร ก่อนขึ้นรถไฟอย่าลืมตอกตั๋ว(Validation)ที่เครื่องตอกตั๋วแถวชานชาลา (เครื่องสีเหลืองๆ)ไม่เช่นนั้นอาจเสียค่าปรับแพงมาก
รถไฟใต้ดิน(Metro)
รถไฟใต้ดินของโรมมีชื่อเรียกว่า Metro หรือชื่อเต็มว่า Metropolitana มีเพียงสองสายคือ สาย A สีแดง วิ่งจากตะวันออกไปตะวันตก (วาติกัน บันได้สเปน) และสาย B สีน้ำเงินวิ่งจากเหนือลงใต้ (โคลอสเซียม) โดยทั้ง 2 สายจะวิ่งมาสวนกันที่สถานีแตร์มินิ ให้บริการตั้งแต่เวลา 5.30 – 11.30 น. (ให้บริการถึง 0.30 น. ในคืนวันเสาร์)
ข้อดีของระบบขนส่งมวลชนในโรมคือ การรวมรถไฟใต้ดิน รถประจำทาง และรถรางเข้าด้วยกัน ตั๋วโดยสารจึงสามารถใช้ได้ทั้งกับรถไฟใต้ดินและรถประจำทาง สามารถซื้อได้ที่ร้านตาบัคคี ร้านขายหนังสือพิมพ์ หรือเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่สถานีรถไฟใต้ดิน โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
-Biglietto semplice B.I.T. ราคา 1 ยูโร เป็นตั๋วที่ไม่จำกัดเที่ยวและระยะทาง แต่ต้องใช้ภายในเวลา 75 นาที นับตั้งแต่เริ่มใช้ตั๋ว เมื่อซื้อตั๋วแล้วจำเป็นต้องนำไปตอกที่เครื่องตอกตั๋วก่อนที่จะใช้ และเมื่อจะใช้รถไฟฟ้าจึงตอกตั๋วอีกครั้งบนรถ
-Biglietto semplice B.I.T. ราคา 4 ยูโร ใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อซื้อตั๋วแล้วตอกตั๋วเพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มต้นเดินทาง และแสดงตั๋วโดยสารแก่เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าใต้ดิน ตั๋วชนิดนี้สามารถใช้ได้ถึงเที่ยงคืนของวันที่ตอกตั๋วเท่านั้น
-Biglietto per 3 giorni B.T.I. ราคา 11 ยูโร ใช้ได้ภายใน 3วัน เมื่อซื้อตั๋วแล้วตอกตั๋วเพียงครั้งเดียวเพื่อเริ่มต้นเดินทางและแสดงตั๋วโดยสารแก่เจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดิน
-Biglietto settimanale C.I.S ราคา 16 ยูโร ใช้ได้ภายใน 7 วัน วิธีการใช้เช่นเดียวกับตั๋ว B.T.I เพียงแต่ต้องเขียนชื่อ-นามสกุล ของผู้ถือไว้บนตั๋วด้วย
รถประจำทางและรถราง
รถประจำทางในโรมมีกว่าร้อยสายทั้งรถประจำทางธรรมดาและรถประจำทางอิเล็กทรอนิก ให้บริการตั้งแต่เวลา 5.30 น. จนถึงเที่ยงคืน สามารถตรวจสอบเส้นทางเดินทางรถประจำทางและตารางเดินรถได้ที่เว็บไซต์ www.atac.roma.it หรือหยิบได้ฟรีที่สถานีรถไฟแตร์มินี
ข้อควรระวัง การขึ้นรถประจำทางในโรมอย่าลืมตอกตั๋วบนรถทุกครั้ง หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่มีการตอกตั๋วจะต้องถูกปรับขั้นต่ำ 50 ยูโร
รถบัสชมเมือง
รถบัสชมเมืองสาย 110 เป็นรถบัส 2 ชั้น สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ค่าโดยสารคนละ 15 ยูโร สามารถซื้อได้บนรถ ให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00-20.00 น. (10.00-18.00 น. .ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม) โดยรถจะออกจัตุรัสหน้าสถานีรถไฟแตร์มินี ทุกๆครึ่งชั่วโมง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 06-4695-2252
แท็กซี่
แท็กซี่ในโรมใช้ระบบมิเตอร์เริ่มต้นที่ 2.32 ยูโร การใช้บริการแท็กซี่ในโรมต้องขึ้นที่ป้ายจอดรถแท็กซี่เท่านั้น หรือใช้บริการโทรศัพท์เรียกที่หมายเลข 06-3570 , 06-4994 , 06-6645 , 06-551 และ 06-8822
เวสป้า (Vespa)
นอกจากคุณยังชมวิวสวยๆ ของกรุงโรมได้อย่างอิสระและได้อรรถรสอย่างชาวโรมด้วยการเช่ารถมอเตอร์ไซด์แบบเวสป้าซึ่มีร้านบริการรถเช่ามากมายอยู่ทั่วโรม โดยมีค่าเช่าตกวันละประมาณ 40-50 ยูโร
Florence
เข้าเมือง
จากสนามบิน Amerigo Vespucci สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ด้วยรถชึตเติลบัส Volainbus Airport และรถประจำทางสาย 62 ค่าโดยสารคนละ 4 ยูโร ซื้อตั๋วได้บนรถ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที หรือหากนั่งแท็กซี่มายังตัวเมืองก็ไม่แพงนักราว 15 ยูโร
จากสนามบิน Galileo Galilei International Airport ที่เมืองปิซาสามารถเดินทางเข้าเมืองได้ด้วยรถไฟด่วน (Airport Express) ค่าโดยสารคนละ 4085 ยูโร ใช้เวลาเดินทางราว 70 นาที
หากมาจากโรมให้นั่งรถไฟ Rail Europe หรือ Eurostar ltalia มาลงที่สถานีรถไฟซานตา มาเรีย โนเวลลา ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ 1.30-3.30 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเวลาออกเดินทางและคลาสของรถไฟที่เลือกมาด้วยรถไฟของ Rail Europe หรือ Eurostar italia มาลงที่สถานีซานตาลูเชีย (Santa Lucia) ซึ่งใช้เวลาจากโรมราว 4 ชั่วโมงเศษจากฟลอเรนซ์ราว 3 ชั่วโมง และจากมิลานราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาเดินทางและคลาสของรถไฟที่เลือกด้วย หากคุณมีสัมภาระที่อาจสร้างความลำบากต่อการขนลงเรือโดยสารก็สามารถฝากไว้ที่รับฝากกระเป๋าภายในสถานีรถไฟได้ (ใกล้ Platform 14) เปิดบริการตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน เมื่อคุณออกจากสถานีรถไฟก็สามารถเดินลงไปยังท่าเรือโดยสารได้เลย
เรือโดยสาร (Water Bus)
เรือโดยสารในเวนิสเรียกว่า วาปอเรตโต (Vaporetti) มีทั้งหมด 25 สาน แล่นผ่านคลองสายหลัก แกรนด์คาแนล (Grand Canal) ไปตามลำคลองและเกาะต่างๆของเวนิส สามารถขอแผนที่เส้นทางเดินเรือได้ที่ท่าเรือ ซื้อตั๋วโดยสารได้จากร้านบุหรี่ตาบัคคี ร้านขายหนังสือพิมพ์ และที่ขายตั๋วบริเวณท่าเรือใหญ่ๆ โดยตั๋วเที่ยวเดียวสำหรับเดินทางภายใน 1 ชั่วโมง ราคา 6.50 ยูโร อีกทั้งยังมีตั๋วประเภท Multi-Day Tourist Travel Card ซึ่งสามารถใช้โดยสารได้ทั้งเรือโดยสารและรถบัส ซึ่งมีตั้งแต่ตั๋ว 12 ชั่วโมง จนถึง 7 วัน (ราคา 16-50 ยูโร) ตั๋วทุกชนิดจะต้องตอกตั๋วที่เครื่องตอกตั๋วสีเหลืองบนท่าเรือก่อนลงเรือโดยสารทุกครั้ง หากมีสัมภาระต้องซื้อตั๋วสำหรับกระเป๋าด้วย หากคุณท่องเที่ยวในเวนิสนานหลายวัน ควรซื้อตั๋วประเภท Venice Connected ซึ่งเป็นตั๋วแบบตามสั่ง สามารถใช้บริการเรือและรถโดยสาร เข้าชมพิพิธภัณฑ์ บริการห้องน้ำสาธารณะ บริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย ส่วนลดในร้านอาหาร ฯลฯ ได้ในราคาที่ถูกกว่าภายในเวลา 3 หรือ 7 วัน
เรือโดยสารสายสำคัญที่คุณอาจต้องใช้บริการบ่อยๆ คือสาย 1 ที่แล่นจากด้านหนึ่งของแกรนด์คาแนล ผ่านเปียซซ่า ซานมาร์โก โดยแวะจอดทุกท่า และสาย 82 ที่วิ่งในเส้นทางเดียวกันแต่แวะจอดเฉพาะท่าที่สำคัญเท่านั้น
เรือกอนโดลา (Gondola)
เรือกอนโดลาไม่ได้มีไว้สำหรับเดินทางในชีวิตประจำวันสำหรับชาวเวนิส แต่มีไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งชมเมืองเพื่อจะได้รู้สึกว่ามาถึงเวนิสแล้ว เรือกอนโดลามค่าบริการค่อนข้างแพงประมาณ 80 ยูโรต่อ 40 นาที นั่งได้มากที่สุด 6 คน แต่ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นคู่รักนั่งเคียงกันสองคนอย่างโรแมนติก โดยคนพายเรือที่เรียกว่ากอนโดเลียร์ให้เรียบร้อยก่อนใช้บริการ หากต้องการเรือกอนโดลาที่มีค่าบริการถูกกว่าควรเรียกใช้จากลำคลองเล็กๆมากกว่าตามสถานที่ท่องเที่ยวและหลีกเลี่ยงช่วงเวลากลางคืนซึ่งมีค่าบริการสูงกว่าปกติ
|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||


