สถานที่ท่องเที่ยวเมืองฟลอเรนซ์ :Guru เที่ยว อิตาลี

View: 177 update:2012-01-16 17:30:40 แก้ไข

เพลิดเพลินทิวทัศน์วัฒนธรรม พร้อมหรรษาไปกับธรรมชาติของฟลอเรนซ์เพื่อเติมเต็มสีสันของการท่องเที่ยวที่ขาดหายให้ล้นกรอบ

Basilica di Santa Croce (Basilica of the Holy Cross)
  

         โบสถ์ซานตา โครเชเป็นโบสถ์สไตล์นีโอ-โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1294 เคยถูกใช้เป็นสถานที่ฝังศพของบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างไมเคิลแองเจลโล (Michelangelo) ออกแบบโดยวาซารี,กาลิเลโอ (Galileo) และศพจำลองของดังเต้ (ศพจริงถูกฝังไว้ที่ราเวนนา) ภายในยังประดับภาพจิตรกรรมฝาผนัง (Fresco) อันงดงามโดยฝีมือของจ็อตโต (Giotto) กับลูกศิษย์ รวมทั้งรูปสลักพระคริสต์ถูกตรึงไม้กางเขนของโดนาเตลโล (Donatello)


Battistero di San Giovanni (Baptistery of St. John)

         แบ็บติสเทอโร (Battistero) อยู่บริเวณเดียวกับดูโอโม (Duomo) คือวิหารสำหรับศีลล้างบาปที่สร้างคืนเมื่อศตวรรษที่ 5 เพื่ออุทิศให้เซนต์จอห์น แบบติสต์ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในฟลอเรนซ์ ตัวอาคารเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม และใช้สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ (Romanesque) แบบฟลอเรนซ์ที่ประดับอาคารด้านนอกด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพูอ่อน สิ่งที่มีชื่อสียงของแบ็บติสเทอโร (Battistero) คือประตู 3 บานที่ใช้ทองบรอนซ์หล่อเป็นภาพนูนต่ำแสดงเรื่องราวต่างๆโดยเฉพาะประตูด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือที่สร้างโดย ลอเรนโซ กิแบร์ติ (Lorenzo Ghiberti) ซึ่งได้รับการขนานนามจากไมเคิลแองเจลโล (Michelangelo) ว่าเป็นประตูแห่งสวรรค์ (Gates of Paradise) แต่เนื่องจากประตูสองบานนี้มีความเก่าแก่และทรุดโทรม ทางการจึงย้ายไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ดูโอโม และสร้างประตูจำลองขึ้นมาแทน ส่วนด้านในประดับประดาด้วยภาพโมเสกอันงดงามมากมาย และถ้าหากไม่มีเวลามากพอ แนะนำให้เดินชมตัวอาคารรอบนอกก็เพียงพอต่อความประทับใจแล้ว

Duomo
 

        โบสถ์สไตล์โกธิคประจำเมืองฟลอเรนซ์ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ”Basilica di Santa Maria del Fiore” เริ่มสร้างขึ้นปี ค.ศ.1296 ออกแบบโดยฟิลิปโป บรูเนลเลสคี (Filippo Brunelleschi) โดดเด่นด้วยการใช้หินอ่อน 3 สี ได้แก่ สีชมพู สีขาว และสีเขียว ประดับที่ด้านหน้าโบสถ์ นับเป็นมหาวิหารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอิตาลีและเป็นอันดับ 4 ของยุโรป รวมทั้งเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในฟลอเรนซ์เพดานข้างใต้โดมเป็นภาพสีปูนเปียก The Last Judgement ที่ออกแบบโดยจิออร์จิโอ วาซารี (Giorgio Vasari) แต่วาดโดยเฟเดริโก ซุกการี (Federico Zuccari) ลูกศิษย์ของเขาวึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันได 463 ขั้น ขึ้นไปชมได้ในระยะใกล้ แต่อาจต้องออกแรงเหนื่อยสักหน่อยเพราะไม่มีลิฟต์ให้ขึ้นไป

Giardino di Bobori
 

         สวนแบบอิตาเลี่ยนอันงดงามที่ทางเข้ามีต้นไซเปรสปลูกเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับ Piazza de Pitti วังที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจในสวนแห่งนี้ได้ เพราะการจัดสวนนั้นสวยงามมีทั้งน้ำพุ ดอกไม้ และจุดชมวิวเมืองฟลอเรนซ์อันสวยงาม

Campanile di Giotto
 

         หอระฆังคัมปานิเล เป็นหอระฆังสูง 84.7 เมตรที่ออกแบบโดยจิอ็อตโต (Giotto) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1334 ตั้งอยู่ติดกับดูโอโมนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวสวยๆของฟลอเรนซ์บนยอดหอระฆังได้ ทว่าต้องเดินขึ้นบันได 414 ขั้น ประกอบกับบางช่วงเป็นทางเดินที่แคบ ชัน และอาจต้องรอคิวขึ้นลงเล็กน้อย จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีร่างกายไม่แข็งแรง แต่ถ้าพอไหวก็ขอให้ขึ้นไป เพราะบรรยากาศบนนั้นสวยจับใจจนหายเหนื่อยจริงๆ

Piazzale Michaelangelo

         เปียซซาเล มิเคลอันเจลโล หรือจัตุรัสไมเคิลแองเจลโลนี้ ตั้งอยู่บนเนินเขาทางฝั่งใต้ของแม่น้ำอาร์โน เป็นจุดชมวิวของเมืองฟลอเรนซ์ที่สวยที่สุด โดยเฉพาะในยามพระอาทิตย์ตกดินนั้น นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตั้งแต่แม่น้ำอาร์โน สะพานเวคคิโอ ไปจนถึงยอดโดมดูโอโม กลางลานกว้างยังมีรูปปั้นเดวิดจำลองอีกหนึ่งรูป ซึ่งสร้างจากโลหะหล่อมีสีค่อนข้างเขียว เอาไว้ให้ถ่ายรูปได้ด้วย

Ponte Vecchio

        สะพานข้ามแม่น้ำอาร์โนแห่งแรกที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1345 และเป็นสะพานโบราณเดียวที่หลงเหลืออยุ่ในฟลอเรนซ์ (ส่วนใหญ่ถูกทำลายไปในช่วงสงครามดลกครั้งที่ 2) สะพานนี้ทำจากไม้ มีหลังคาคลุม และเมื่อขึ้นไปเดินบนสะพานจะสามารถมองเห็นวิวสวยๆของแม่น้ำอาร์โนได้อย่างเต็มตา มอบความรู้สึกโรแมนติคให้หัวใจคุณถึงขีดสุด

Piazza della Signoria
 

         เปียซซา เดลลา ซินญอเรีย ลานจัตุรัสแสนกว้างที่เคยเป็นศูนย์กลางในการนัดรวมพลของชาวฟลอเรนซ์ในอดีต ปัจจุบันรายรอบไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งประติมากรรมชิ้นเอกของศิลปินหลายคน อย่างเช่น เพอร์ซิอุสที่กำลังยกหัวเมดูซ่า ของเบเวนูโต เซลลินี (benvenuto Cellini) รูปจำลองของ Rape of the Sapine Women ของแจมโบโลญ่า (Giambolona) รวมทั้งรูปสลัก David ของไมเคิลแองเจลโลก้ถูกสร้างจำลองในขนาดเท่าของจริงมาตั้งไว้ที่นี่ เพื่อทดแทนการย้ายตัวจริงไปที่แกลเลอเรีย เดล อะคาเดเมีย
 นอกจากนี้รอบๆบริเวณยังมีน้ำพุแห่งเนปจูน (The Fountain of Neptune) ที่แบร์โตโลมิโอ แอมเมนนาติ (Bartolomeo Ammannai) บรรจงสลักด้วยหินอ่อนอย่างวิจิตรบรรจงโดดเด่นอยู่ที่กลางลาน

PISA
 

         ปิซา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ เหนือปากแม่น้ำอาร์โน ในออีตเคยเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญซึ่งเป็นคู่แข่งของเวนิช และเจนัวแต่เรื่อยมาความสำคัญทางการค้าก็เงียบหายไป แล้วปิซาก็กลายเป็นเพียงเมืองเล็กๆอันเงียบสงบ แต่เมื่อมีการสร้างหอระฆังขึ้นแล้วเกิดเอียง เมืองปิซาก็กลับมาโด่งดังอีกครั้งเพราะหอระฆังแห่งนี้ได้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ว่าเวลาใดที่พูดถึงปิซา ก็จะต้องพูดถึงหอเอนที่มีอายุมากกว่า 800 ปี แห่งนี้
        หลายคนที่ไปเยือนฟลอเรนซ์ จึงมักจะหาเวลาแวะไปถ่ายรูปกับหอเอนเมืองปิซา เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลนักจากฟลอเรนซ์ สามารถเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสโดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
        นอกจากนี้บริเวณที่ตั้งของหอเอนปิซา ซึ่งก็คือ Piazza del Duomo (หรือเรียกอย่างอย่างหนึ่งว่า Piazza dei Miracoli) ยังเป็นจัตุรัสอันกว้างขวางที่สวยงามด้วยพื้นสนามหญ้าสีเขียวสด มอบความสบายตาสบายใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เดินเล่น และพักผ่อนกันได้ อีกทั้งจัตุรัสแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกอีกด้วย
         ในบริเวณเดียวกันนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญคือ Duomo di Pisa มหาวิหารมืองปิซาที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 11 ในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของชาวปิซาที่มีเหนือต่อพวกซาราเซนในสมรภูมิที่ซิซิลี และอีกด้านหนึ่งก็คือ มหาวิหาร The Baptistry มหาวิหารทรงกลมอันงดงามที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน


ราคา : 0

ราคา : 0

ราคา : 0

ราคา : 0


ราคา : 0

ราคา : 0

ราคา : 0

ราคา : 0

ราคา : 0

ราคา : 0
เลือกทัวร์แนะนำ