![]() |
เทศกาล เนปาล :Guru เที่ยว เนปาล
นววรรษา จัดขึ้นราวเดือนเมษายน เป็นเทศกาลฉลองวันขึ้นปีใหม่ของชาวเนปาล มักตรงกับสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน ซึ่งเป็นวันแรกของงานไพสัข ปูรณิมาวันนี้ถือเป็นวันหยุดแห่งชาติ ผู้คนจะทำพิธีฉลองกันอย่างเอิกเกริกและการแสดงที่ยิ่งใหญ่ ในเทศกาลยังมีการทำพิธีพิสเกต ยาตรา ในเมืองภักตะปุร์อีกด้วย
ไพสัข ปูรณิมา หรือวันวิสาขบูชา จัดขึ้นราวเดือนเมษายน ในฐานะที่ประเทศเนปาลเป็นสถานที่ประสูติขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้คนต่างฉลองพิธีนี้ด้วยการแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้าตามสถานที่ต่างๆเช่น สวะยัมภูนาถ โพธินาถ และลุมพินี
มัจเฉนทรนาถแดง ราถ ยาตรา จัดขึ้นราวเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายน เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตปะฏัน โดยจะมีการทำรถลากแห่งเทพที่รู้จักกันในชื่อว่า พุงเตียว หรือ มัจเฉนทรนาถแดงขึ้นที่ผลุฉอกวี แล้วจึงทำการลากรถคันนี้ผ่านเมืองปะฏันจนถึงลากานเขล สำหรับพิธีปิดอันยิ่งใหญ่ของเทศกาลนี้เรียกว่า “โภโต เทขวน” หรือการแสดงเสื้อกั๊ก โดยเทศกาลรถลากที่คล้ายกันนี้คือเทศกาลมัจเฉนทรนาถขาว จัดขึ้นที่กรุงกาฐมาณฑุ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน
ทุมชี เทศกาลนี้มีการฉลองกันตามถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวเชอร์ปาในเดือนกรกฎาคม โดยชาวเชอร์ปาที่อยู่ในเขตกาฐมาณฑุและที่เหลัมพูนั้นจะเข้าร่วมฉลองการเต้นรำในวันนี้ด้วย
คยะ ยาตรา หรือเทศกาลวัว จัดขึ้นราวเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม เป็นงานเฉลิมฉลองที่กินเวลาถึง 8 วัน โดยจุดเด่นของงานนี้คือการเต้นรำ การร้องเพลง การเล่นตลก และการละเล่นใดๆก็ตามที่สร้างความเบิกบานใจและเสียงหัวเราะได้
วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ คยาแนนทรา พีร์ พิกรม ชาห์ เทพ ในวันที่ 7 กรกฎาคม โดยมีการเฉลิมฉลองทั่วประเทศ
กฤษณะสตามิ จัดราวเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม เป็นวันประสูติของพระกฤษฎา ในวันนี้จะมีการจัดพิธีเฉลิมฉลองที่วัดกฤษณะในเมืองปะฏันและที่ฉางคุ นารายัณ
อินทรา ยาตรา จัดราวเดือนสิงหาคมหรือเดือนกันยายน เป็นงานเทศกาลของพระอินทร์ จะมีการจัดพิธีที่หุบเขากาฐมาณฑุเป็นเวลานาน 8 วัน โดยมีการนำรถลากแห่งกุมารี ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งการดำรงชีวิต เดินขบวนผ่านถนนสำคัญในกรุงกาฐมาณฑุ มีจุดเด่นที่เสียงกหลองอันกึกก้องและลีลาการตบเท้าของนักเต้นระบำหน้ากากในตอนเย็นของทุกๆวัน
ทัศอิน หรือทุรคา บูชา จัดราวเดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคม เทศกาลทัศอินนี้เป็นเทศกาลที่มีความสำคัญมากที่สุดของชาวเนปาล และนับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยศรัทธาอันแรงกล้าของประชาชนทั้งประเทศตลอดเทศกาล
ติหาร์ หรือทีปวลี จัดราวเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน รู้จักกันในชื่อ เทศกาลแห่งแสงสว่าง มีการเฉลิมฉลองเป็นเวลา 5 วันตามบ้านเรือนจะมีการจุดไฟสว่างในตอนกลางคืนและมีการทำขนมหวานชนิดพิเศษหลากหลายชนิด
วันรัฐธรรมนูญ หลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยแห่งราชอาณาจักรเนปาลขึ้นเมื่อ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2533 จึงถือเอาวันนี้เป็นวันรัฐธรรมนุญเนปาล
วิภาหะ ปัญจมี จัดราวเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมเป็นเทศกาลอันมีชื่อเสียงของชนักปุร์ (ทางด้านตะวันออกเขตเตไร) พิธีเฉลิมฉลองจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการแต่งงานของพระรามและนางสีดา ซึ่งเป็นเทพเจ้าฮินดูที่ผู้คนให้ความเคารพมากที่สุดคู่หนึ่ง เทศกาลนี้ดึงดูดนักแสวงบุญนับพันคนจากอินเดียให้มาวัดที่ชนักกี เมืองชนักปุร์
โลสาร์ เทศกาลของชาวเชอร์ปา ที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ มีการร้องเพลงพื้นบ้านและการเต้นรำ สามารถชมการเต้ารำนี้ได้ที่ขุมพู เหลัมพู และเมืองทางตอนเหนืออื่นๆของประเทศเนปาลและที่โพธินาถ กรุงกาฐมาณฑุอีกด้วย
ปฤถวี ชยันติ เทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่องค์พระมหากษัตริย์ ปฤถวี นารายัณ ชาห์มหาราช กษัตริย์ผู้ก่อตั้งประเทศเนปาลยุคใหม่ มีการเฉลิมฉลองด้วยพิธีที่มีสีสันหน้าประตูสิงหะ ดูบาร์ในกรุงกาฐมาณฑุในวันที่ 10พฤษจิกายน หรือโปอุชที่ 27
วันประชาธิปไตยแห่งชาติ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ราสตริยา ประชาตันตระ ทิวา หรือ วันประชาธิปไตยแห่งชาติ เพื่อรำลึกถึงการปฏิวัติของประชาชนในปีพ.ศ. 2493-2494 ซึ่งตรงกับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ของปี
มหา ศิวะราตรี จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เทศกาลศิวะราตรีหรือค่ำคืนแห่งพระศิวะนั้นมีขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม เป็นเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองเพื่อแสดงความเคารพต่อพระศิวะที่วัดปศุปฏินาถ โดยมีการจัดพิธีทางด้านศาสนาผู้คนมากมายจากทั่วทั้งเนปาลและอินเดียมารวมตัวกันที่วัดเพื่อทำการกราบไหว้พระศิวะ
โคเท ยาตรา จัดราวเดือนมีนามคมหรือเมษายน รู้จักกันในชื่อเทศกาลม้า ซึ่งเป็นเทศกาลที่หน้าตื่นเต้นที่สุดเทศกาลหนึ่งของกรุงกาฐมาณฑุ ในวันนี้จะมีการแข่งขันม้าและกีฬาประเภทอื่นๆ ที่ตุนทิเขล ในส่วนอื่นๆของเมืองจะมีการแห่เทพเจ้าบนเสลี่ยง หรือขาตโดยมีการเล่นดนตรีพื้นเมืองประกอบไปด้วย
เตช จัดขึ้นราวเดือนสิงหาคมหรือเดือนกันยายน เตชเป็นเทศกาลสำหรับผู้หญิงฮินดูในวันนี้เธอจะแต่งตัวงดงามในชุดส่าหรีสีแดงซึ่งเป็นชุดแต่งงาน แล้วพวกเธอจะไปรวมตัวกันที่วัดพระศิวะเพื่อทำการสวดภาวนาขอให้สมหวังในชีวิตหากเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็จะสวดอ้อนวอนขอให้มีชีวิตคู่ที่มีความสุข ส่วนผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานจะสวดอ้อนวอนให้ได้สามีที่ดี นอกจากนี้ยังมีการเต้นรำ การร้องเพลงพื้นเมือง และกินเจในวันนี้ด้วย
|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||


