![]() |
เที่ยวตามเมืองต่างๆ ประเทศไต้หวัน :Guru เที่ยว ไต้หวัน
View: 107 update:2012-01-19 12:55:34 แก้ไข
นครไทเป “นครไทเป”เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒธรรม เศรษกิจและการเมือง ซึ่งการพัฒนาของนครไทเปได้เจริญรุ่งเรืองไปด้วยทุกด้านและเต็มไปด้วยพลังอันมีชีวิตชีวา รูปแบบศิลปะการก่อสร้างก็มากมายและสวยงาม มีทั้งรูปแบบศิลปะโบราณและแบบสมัยใหม่ ถ้าชอบสถานวัตถุโบราณ ก็เชิญไปชมที่ถนนตีฮว้าที่ต้าต้าวเฉิ่ง วัดหลงซานที่เหมิงเจี่ยและเข้าชมฝีมือกาะสลักอันประณีตของช่างผู้เชี่ยวชาญ ถ้าชอบสิ่งโบราณก็อย่าพลาดโอกาศที่จะไปเข้าชมคลังเก็บรักษาวัฒนธรรม 5,000 ปี ถูกรักษาไว้อย่างถนุถนอมที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังเดิม นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และห้องจิตรกรรม เป็นต้น
ลักษณะภูมิประเทศของเมืองไทเปส่วนพื้นที่เป็นภูเขาไฟในชานเมืองนครไทเป ปัจจุบันได้สร้างเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติหยังหมิงซาน ได้ปลูกต้นไม้ไว้ทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์มากมายได้แก่ นก,ผีเสื้อ และพืชต่างๆ เช่น ต้นจิวไฉ่ไต้หวัน โดยมีเส้นทางเดินขึ้นภูเขาหลายสาย ในสมัยก่อนได้สร้างถนนเดินทางบนภูเขาเพื่อทำการค้าและขุดแร่ซัลเฟอร์ ( sulphur ) ถ้าเป็นวันหยุดก็มีกิจกรรมขึ้นเขาซีซิงซานหรือต้าถุนซาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูใบไม้ผลิมีคนมาเที่ยวสวนสาธารณะแห่งชาติหยังหมิงซานมากมาย ทั้งได้เห็นนกแขกเต้าและดอกต้นเชอรี่ตะวันออกเต็มไปหมดนอกจากนี้ยังมีแหล่งทรัพยากรน้ำพุร้อนที่ได้ตกทอด เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาไฟที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวจะได้ลงไปแช่น้ำพุร้อนอย่างสนุกสนาน และได้ผ่อนคลายความเครียดไปด้วย
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการของฝากก็สามารถเดินเล่นและซื้อของในห้างสรรพสินค้าได้ เช่น ในเมืองจิงหัวที่ห้างสรรพสินค้าโซโกหรือไปรัปทานอาหารว่างช่วงกลางงคืนที่ ทื่อหลิน ถนนหัวซี หากต้องการเดินตลาดกลางคืนก็ต้องที่ถนนหยาว เหอ ส่วนการเดินทาง นครไทเปมีระบบการขนส่งมวลชนที่ได้บริการผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวอย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย ซึ่งให้ท่านมีดอกาศร่วมสนุกด้วยการดื่อมและเที่ยวเล่นอย่างสบาย ดังนั้นนครไทเปจึงถือว่าเป็นเมืองหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวสำหรับท่านทุกคน
อำเภอกาวสวง
อำเภอกาวสวงอยู่ภาคใต้ของไต้หว้น ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับแรกของภาคใต้ มีเขตทิวทัศน์ที่สวยงามมากมาย เช่นทัศนียภาพอันสวยงามของหนานเหิง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูผาน่าหวาดเสียวและหาดูยาก มีรังนกนางแอ่นที่ลิ่วกวยที่เรียกว่า “โลกแห่งพระจันทร์” ของเถียนเหลียวมีภูเขาดินแลนเป็นต้นและยังมีป่าที่เขียวชอุ่มเป็นดง ยังมีหุบเขาผีเสื้อสีเหลืงอาศัยอยู่เป็นฝูงจะเห็นทัศนียภาพที่งดงามไปด้วยสีสันอย่างมหัศจรรย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้ผู้เที่ยวรู้สึกเพลิดเพลินและชื่นชมอย่างไม่ขาดปากกับทะเลสาบน้ำใสโปร่งที่ได้ชมกันว่าเป็น “ซีหู” แห่งไต้หวันซึ่งเป็นทิวทัศน์สวยมากของสถานท่องเที่ยวอันเลืองชื่อลือนามมาเป็นเวลานานของไต้หวันภาคใต้แห่งหนึ่ง
เมืองไถหนาน
300 ปีก่อนชาวเนเธอร์แลนด์ยึดครองไต้หวันในเวลานั้น เมืองอันผิงได้เรียกว่า “ไถวอวาน” อยู่ฝั่งตรงข้ามของไถวอวานได้เรียกว่า “เช่อเชี่ยน” หลังจากชาวเนเธอร์แลนด์สร้างเมือง “เยอะหลานเจอ” แล้วจึงให้ “เช่อเชียน” ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็น “ไถเหยียน” กับไต้หวันคล้ายๆกันในราชวงศ์ชิง ได้ตั้งสถานที่ราชการไต้หวันอยู่ที่เมืองไถหมาย จึงเรียกไถหนานว่า “ไต้หสัน” มาตลอด ถึงสมัยราชวงศ์หมิงวีรบุรุษเจิ้งเฉิงกงได้ขับไล่ชาวเนเธอร์แลนด์ออกจากไต้หวัน หลังจากเจิ้งเฉิงกงถึงแก่กรรม เจิ้งจิงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งต่อ และเริ่มสร้างศาลบูชาขงจื้อ (ขงจื่อ) ซึ่งไต้ตั้งโรงเรียนแห่งแรกของไต้หวัน ในปี 1685 หลังจากราชวงศ์ชิงได้มาควบคุมไต้หวันทำการค้าเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีผู้อพยพมาไต้หวัน เพื่อมาทำการบุกเบิกที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีผู้อพยพมาไต้หวันเป็นจำนวนมากและเนื่องจากสถานที่ราชการไถหนานกับแผ่นดินใหญ่ ต่างก็มีท่าเรือสัญจรไปมาจึงทำให้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น แต่ต่อมาเนื่องจกดินเลนหรือทรายในทะเลได้ตกตะกอนหมักหมมจนทำให้ทะเลในไถเจียงท่าเรืออันผิง และท่าเรือลุเอ่อเหมิน ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ทางเศรษฐกิจการค้าจึงตกต่ำไปตลอด ปัจจุบันเมืองไถหนานยังคงเห็นร่องรอยการบุกเบิกที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าตั้งแต่ 300 ปี ที่ผ่านไป ปรากฏว่าทางศิลปะพื้นเมืองทางด้านประวัติศาสตร์และมนุษยศาสตร์และมนุษยศาสตร์ของเมืองแห่งนี้ยังได้รักษาสภาพไว้อย่างครบสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเมืองวัฒนธรรมแห่งเดียวเป็นพิเศษ และเป็นพิพิภัณฑ์ประวัติศาสตร์ตัวอย่างที่เป็นจริงที่ได้เห็นในปัจจุบัน
อำเภอฮาเหลียน
“ฮาเหลียน” ชื่อเดิมเรียกว่า “โตลอหมั่น”สมัยราชวงศ์หมิงระหว่างปี 1488-1506 ชาวโปตุเกตุ (Portogal) ได้เดินเรือผ่านช่องแคบทะเลไต้หวัน แล้ววนไปทิศตะวันออกของกาะไต้หวัน โดยพบเม็ดทองที่ปนอยู่ในทราย จึงเอาชื่อแม่น้ำลำธารที่ผลิตทองในประเทศดปรตุเกตุมาใช้เรียกว่า “ฮวาเหลียน” ก่อนที่ชาวฮั่นจะอพยพมาอยู่เกาะไต้หวัน, ชาวเขาก็ตั้งชื่อสถานที่ต่างๆด้วยแหล่งธรรมชาติ ลักษณะภูมิประเทศที่มีความพิเศษ
เมืองฮวาเหลียนเป็นเมืองใหญ่อันดับแรกขอภาคตะวันออกของไต้หวันถ้าเราเอาเมืองจงเหิง, ซูฮวา, ริมทะเลฮวาตงกับฮวงตง หุบเขามาเทียบเสมือนเชือกเส้นหนึ่ง ฮวาเหลียนก็ต้องเป็นหัวเงื่อน ซึ่งเป็นเมืองที่ยังรักษาประเพณีที่ซื่อสัตย์ดั้งเดิม
อำเภออี๋หลาน
เมืองอี๋หลาน ตั้งอยู่ที่เขตศูนย์พื้นที่ราบหลานหยางซึ่งเป็นลักษณะภูมิประเทศราบเรียบที่ดีแห่งหนึ่ง มีแม่น้ำลำธารมากมายไหลสลับกัน เป็นแหล่งทรัพยากรในการทดน้ำเข้านาที่อุดมสมบูรณ์ ให้ชาวบ้านเมืองอี๋หลานที่อยู่ศูนย์พื้นที่ราบแห่งนี้ได้ที่ดินมีปุ๋ยมาก และแหล่งน้ำที่เพียงพอ ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของผลิตผลการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ภายในหลายปีที่ผ่านมา เมืองอี๋หลานได้เป็นจุดสำคัญทางด้านเศษฐกิจการเมืองวัฒนธรรมและการศึกษาของเขตศูนย์พื้นราบหลานหยางโดยตลอด และยังเป็นเส้นทางสำคัญการคมนาคมด้วย
น้ำแกงแพะ “หยางเกิง” ที่ทำด้วยน้ำพุที่เย็น “ซูอ้าว” มีรสชาติหอมหวานเป็นพิเศษ นอกจากรสชาติที่ชอบรับประทานกันโดยตลอดแล้วยังมีรสชาติที่ผสมด้วยช็อกโกแลต สตรอเบอรี่ ชา ลูกจ๊อ อาหารเนื้อเป็นที่ใช้กากอ้อยกับถ่านไม้เผาอม และอาหารอบ “ถุงน้ำดีกับตับ” ผลไม้เชื่อมที่หมักด้วยลูกจ๊อและลูกพลัม สี่อย่างดังกล่าวเรียกว่าสิ่งล้ำค่าของเมืองอี๋หลาน ผักที่รดด้วยน้ำพุร้อน เช่น ผักบุ้งต้มน้ำเต้า หน่อไม้อ่อน เป็นต้น มีรสชาติที่ไม่เหมือนผักธรรมดา นอกจากนี้ยังมีน้ำอัดลม “ดีดไข่มุก” ที่ทำด้วยน้ำพุที่เย็น “ซูอ้าว” ก็เป็นที่รู้จักกันทั่วไป
|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||


