![]() |
เที่ยวตามไลฟ์สไตล์ มัลดีฟส์ :Guru เที่ยว มัลดีฟส์
คานิ
เป็นเกาะที่มีต้นไม้นานาพรรณที่โดดเด่นอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ราวกับว่ารีสอร์ทแห่งนี้ผลุดโผล่มาจาก ใต้ทะเลขึ้นมายืนโดดเด่นข้างหาดทรายขาว ที่แห่งนี้จึงเหมาะยิ่งนักสำหรับผู้ที่มองหากลิ่นอายของความ โรแมนติกและ ผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำ แนวปะการังที่สั่นไหวไปตามแรงกระเพื่อมของน้ำใต้มหาสมุทรและสีสันตระการตา ของบรรดาสัตว์และพืช ใต้น้ำถือเป็นประสบการณ์สุดยอดในวันหยุดที่มิอาจลืมเลือน พร้อมต้อนรับท่านด้วยห้องลากูนสวีทและบีชวิลล่า กล่าวได้ว่าคานิเป็นที่พักผ่อนที่ดีสุดบนโลกใบนี้สำหรับคู่ฮันนีมูนหรือคู่ รักที่ท่องเที่ยวด้วยความหวานชื่นได้โดย ไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ
มาเล่
ตั้งอยู่ในอะทอลคาฟู (Kaafuu Atoll) หรือบ้างเรียกว่าอะทอลมาเล่ เป็นเกาะขนาด 2 ตารางกิโลเมตร ที่ตั้งของเมืองมาเล่ เมืองหลวงของสาธารณรัฐมัลดีฟส์ มาเล่เป็นทั้งศูนย์กลางการเมืองการปกครอง ธุรกิจการค้า และศาสนาวัฒนธรรมของประเทศ ทว่าผู้คนในมาเล่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมยังคงใช้ชีวิต อย่างเรียบง่ายและยึดมั่นในศาสนา บรรยากาศในเมืองจึงค่อนข้างแตกต่างจากเกาะอื่นๆ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งรีสอร์ทหรือสถานบันเทิงต่างๆ
Islamic Centre
ศูนย์กลางศาสนาอิสลามหรือมัสยิดกลางเป็นเหมือนศูนย์รวมทางจิตใจของชาวมาเล่ และถือเป็นสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของเกาะ พื้นที่ภายในมัสยิดสามารถจุคนได้ถึง 5,000 คน ส่วนมินาเร็ทหรือหอสูงสำหรับแจ้งเวลาสวดมนต์ ด้านข้างนั้นสูงโดดเด่น สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่เรือ ยังเดินทางมาไม่ถึงชายฝั่งของเกาะ ภายในตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก และ ลวดลายตัวอักษรอาราบิกที่สวยงาม
เปิดให้เข้าชมเวลา 09:00 - 17:00 น. ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ชายสวมกางเกงขายาว หญิงสวมชุด กรอมเท้าบ่าและแขนมีผ้าปิดมิดชิด
Hukuru Miskiiy (Old Friday Mosque)
เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่สุดในประเทศ สร้างขึ้นราวปี 1656 ลักษณะภายนอกของมัสยิดอาจดูไม่โดดเด่น แต่ผนังด้านในสร้างขึ้นจากซากปะการังและแกะสลักลวดลายแบบอิสลาม อย่างสวยงาม ผนัง กรอบประตู และกรอบหน้าต่างของมัสยิดสร้างขึ้นจากไม้ชนิดต่างๆ อาทิ ไม้สัก ไม้จันทร์ และ เร้ดวูด นอกจากนี้ภายในยังประดับตกแต่งด้วยเครื่องไม้ลงแล็กเกอร์ ฝีมือช่างชาวมัลดีเวียน มัสยิดแห่งนี้เป็น ที่ฝังศพของสุลต่าน ขุนนางชั้นสูง และบุคคลสำคัญของมัลดีฟส์
Esjehi Gallery
ที่ตั้งแกลเลอรี่เอสเจฮิถือได้ว่าเป็นตึกเก่าแก่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในมา เล่ สร้างขึ้นตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1870 เดิมเป็นบ้านขุนนาง ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่แสดงงานศิลปะ ทั้งศิลปะร่วมสมัยและศิลปะพื้นเมืองของมัลดีฟส์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน Medhuziyaaraiy Magu
National Museum
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติมัลดีฟส์จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณวัตถุที่สำคัญ อาทิ สมบัติและของใช้ส่วนพระองค์ ของอดีตสุลต่าน อาวุธ งาน ปักผ้าฝีมือชาวมัลดีเวียน รวมถึงศิลปะการแกะสลักหินของชาวมุสลิม และโบราณวัตถุซึ่งนักโบราณคดี Thor Heyerdahl รวบรวมมาจากทั่วประเทศ
ตั้งอยู่ที่ถนน Medhuziyaaraiy Magu เปิดให้เข้าชมทุกวันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 08:00-18:00 น.
Medhu Ziyaaraiy
ชาวมัลดีฟส์มีตำนานเล่าขานว่า ในสมัยโบราณ ชาวมัลดีฟส์จะต้องนำสาวพรหมจรรย์ไปบูชายัญต่อเทพเจ้า Rannamaari แห่งท้องทะเลทุกเดือน เพื่อให้เทพเจ้าพอใจจนต่อมามีชาวอาหรับชื่อ Abu-al-Barakath เดินทางเข้ามาและช่วยไล่เทพเจ้าที่ดุร้ายไปได้ด้วยการอ่านพระคัมภีร์อัลกุ รอานให้ฟัง ชาวมัลดีฟส์ จึงยึดมั่นในศาสนาอิสลามนับแต่นั้นมา Medhu Ziyaarai สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ Al-Sheikh-Abu-al-Barakath Yusuf al Barbaree นักปราชญ์ ชาวโมร็อกโคผู้ก่อตั้งศาสนาอิสลามในมัลดีฟส์ เป็นสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด
Mulee-aage
ป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมยุคใหม่และสถาปัตยกรรมแบบอิสลามได้อย่างลง ตัว เดิมเป็นวังเก่าของสุลต่าน สร้างขึ้นโดยสุลต่าน Shamsudheen III ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากมัลดีฟส์ ล้มเลิกระบบสุลต่าน Mulee-aage กลายเป็นที่พำนักของประธานาธิบดี จนกระทั่งที่พำนักแห่งใหม่สร้างแล้วเสร็จ
|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||


