![]() |
เที่ยวตามไลฟ์สไตล์ สิงคโปร์ :Guru เที่ยว สิงคโปร์
แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆแต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญซึ่งล้วนแต่แสดงถึงจิตวิญญาณของคนสิงคโปร์
Boat Quay
Boat Quay เมื่อสมัยร้อยกว่าปีมาแล้ว คือศูนย์กลางการค้าขาย ยิ่งเมื่อท่านเซอร์แรฟเฟิลลงนามในสัญญารับรองสถานภาพความเป็นอิสระของท่าเรือสิงคโปร์ ผู้คนยิ่งแห่แหนจากทุกสารทิศมาที่นี่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศสิงคโปร์ กาลเวลาผ่านผันมาถึงปัจจุบัน Boat Quay ก็ยังเป็นจุดนัดพบของคนต่างชาติต่างภาษา ภัตตาคารชั้นเลิศ ร้านอาหารกลางแจ้ง ผับบาร์เปี่ยมชีวิตชีวา ผู้คนทั้งท้องถิ่น และผู้เดินทางมาไกลสามารถร่วมสนุกสนานกันได้
China Town
ย่านสำคัญที่ตั้งอยู่ใกล้ริมแม่น้ำสิงคโปร์ มีถนนตัดผ่านไปมาหลากหลายสาย หัวใจหลักรวมอยู่ที่กลุ่มถนนสายเล็กๆ ซึ่งซอยย่อยออกมาเป็นตอนๆจบปลายสายถนนที่ South Bridge ที่ยืนเรียงกันเป็นคิว คืออาคารปนแบบห้องแถวในศิลปะแบบโคโลเนียลและอาร์ตเดคโค อารมณ์ และบรรยากาศของไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์แตกต่างจากไชน่าทาวน์เมืองอื่น เพราะสะอาดสะอ้านน่าเดิน และไม่มีเฉพาะสีโทนซ้ำจำพวกสีแดงทองเท่านั้น ทว่าหลากเฉดสีบรรเลงไล้ไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นสีชมพูพาสเทล แดงขรึม เหลืองตุ่น เขียวมะนาว หรือ น้ำเงินจัด แม้ว่าไชน่าทาวน์จะมีตึกทันสมัยมากมาย ก็ยังเต็มไปด้วยร่องรอยทางวัฒนธรรมของชาวจีนอย่างเห็นได้ชัด เช่น ห้องแถวต่างๆที่ได้ผ่านการบูรณะให้ดูสวยงามสะอาดตา ซึ่งยังคงไว้ซึ่งศิลปะหาดูได้ยาก เช่น การทำรองเท้าไม้ การทำบ้านและของใช้ด้วยกระดาษเพื่อเผาให้แก่ผู้ล่วงลับในช่วงเทศกาลไหว้บรรพบุรุษและการเขียนพู่กันจีนอีกด้วย สำหรับคอชานั้นไม่ควรพลาดที่จะไปดื่นชาตามร้านขายชาต่างๆเพราะนอกจากจะได้ลิ้มลองชาจีนที่มีรสชาติเยี่ยมยอดแล้ว ยังจะได้เห็นถึงศิลป์การชงชาจีนอีกด้วย
Far East Square
จัตุรัสแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยของจีน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการวางผังเมืองของจีนในอดีต ถนนรอบๆคลาคล่ำไปด้วยตึกแถวที่มีสถาปัตยกรรมแบบเก่าตั้งแต่ปีค.ศ.1840 นอกจากนี้ โครงสร้างและรายละเอียดของลวดลายต่างๆยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อแบบโบราณและความเชื่อของไสยศาสตร์ของจีนอีกด้วยนอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ Fuk Tak Chi ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนที่อพยพมาอยู่สมัยก่อน อีกทั้งยังมีการแสดงดนตรี ละคร และการร่ายรำต่างๆ ณ จุดที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่แสดงอุปรากรจีนครั้งอดีตกาล
Express Place
ตึกสวยสไตล์นีโอคลาสสิคหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1865 และตั้งชื่อว่า Express Place เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชินีวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ ลักษณะด้านหน้าของตึกนั้นมีการประดับด้วยเสาแบบดอริก และหน้าต่างแบบฝรั่งเศสอันสวยงาม โดยก่อนหน้านี้เคยใช้เป็นศาล และอาคารสำนักงานของรัฐบาล แต่หลังจากการบูรณะครั้งใหญ่แล้ว ปัจจุบันกลายเป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารต่างๆ
Little India
เมื่อก้าวเข้าสู่ย่าน Little India แล้วสิ่งแรกที่ท่านได้สัมผัส คือกลิ่นอบอวนของกำยาน และเครื่องหอมต่างๆรวมถึงสินค้าจากประเทศอินเดียรวมอยู่ทีแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสาหรี่ เครื่องเทศ ขนม เครื่องประดับ พวงมาลัย รูปภาพ และรูปปั้นของเทพแห่งศาสนาฮินดู และทุกสิ่งอย่างที่บ้านอินเดียควรจะมี ณ ที่แห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมทางศาสนาฮินดูอีกด้วย มีวัดฮินดูอยู่หลายแห่ง ทุกวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด ผู้ใช้แรงงานชาวอินเดีย และชาวอินเดียพื้นเมืองก็จะออกมาพบปะสังสรรค์ทานอาหารและสวดมนต์ในวัด
Marina Bay
อ่าวที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมของที่อยู่อาศัยอาคารสำนักงาน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆโยเฉพาะ Esplanade สถานที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ Singapore Flyer ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ และ The Float ซึ่งเป็นเวทีลอยน้ำขนาดยักษ์ อ่าวมารีน่ายังใช้เป็นสถานที่นับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่อีกด้วย
Merlion
สิงโตทะเล สัญลักษณ์ของสิงคโปร์ที่รู้จักกันทั่วโลก ประติมากรรมเก่าแก่ชิ้นนี้มีหัวเป็นสิงโต ลำตัวเป็นปลา ยืนบนยอดคลื่น ออกแบบโดย Fraser Brunner สมาชิกคณะกรรมการฝ่ายของที่ระลึกและผู้ดูแลทางพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Van Kleef เมื่อปีค.ศ. 1964 หัวสิงโตหมายถึง สิงโตที่เจ้าชายซางนิลา อุตามะ พบตอนที่พระองค์ค้นพบเกาะสิงคโปร์ในปีค.ศ.11 ตามบันทึกของชาวมาเลย์ ส่วนหางปลาก็มีแรงบันดาลจาก “เทมาเซ็ค” ชื่อสิงคโปร์แปลว่าเมืองแห่งทะเล รูปปั้นสิงโตทะเลนี้ สูง 8.6 เมตร โดยสร้างขึ้นจากซีเมนต์ฟอนดู ตั้งอยู่ย่านอ่าวมาริน่าติดกับอาคาร One Fullerton อาคารทรงสมัยใหม่ริมแม่น้ำ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ผับ บาร์ ที่สังสรรค์หลังเลิกงานสำหรับหนุ่มๆสาวๆโดยบ้านของเจ้าสิงโตทะเลนี้ เป็นสวนหย่อมขนาด 2,500 ตารางเมตร ในอาณาบริเวณนี้มีส่วนยื่นไปในทะเล มีไหล่เขาเป็นชั้นๆพร้อมลานชมวิวที่จุนักท่องเที่ยวได้ถึง 300 คน
The Old Pariament House and The Elephant Statue
หลายคนอาจจะรู้จักสถานที่แห่งนี้ในนาม Arts house at the Old Pariament เป็นตึกอันวิจิตรสองชั้น ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นคฤหาสน์ส่วนตัว แต่ต่อมาได้ถูกใช้เป็นสำนักงานศาล ด้านหน้ามีรูปปั้นช้างทองสำริดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ไดเพระราชทานให้แก่สิงคโปร์เมื่อครั้งเสร็จไปเยือนประเทศสิงคโปร์ในปี ค.ศ.1871 ปัจจุบันได้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานนิทรรศการ งานศิลปะ และการแสดงดนตรี
Sir Stamford Raffles Statue
คนสิงคโปร์ยกย่องให้ท่านเซอร์ Stamford Raffles เป็นผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ยุคใหม่ โดยมีอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงท่านอยู่สองแห่ง ที่แรกทำด้วยสำริดสีเข้มเป็นรูปปั้นท่ายืนกอดอกสร้างไว้ที่เมืองปะดังในปี ค.ศ.1887 และถูกย้ายมาที่ Empress Place หลังจากนั้นประมาณร้อยปี ต่อมามีการสร้างรูปปั้นจำลองอีกแห่งหนึ่งด้วยหินอ่อนสีขาวในปีค.ศ.1972 และตั้งไว้ที่ Sir Raffles Landing Site ซึ่งถือว่าเป็นจุดแรกที่ท่านได้ก้าวเท้าเหยียบแผ่นดินสิงคโปร์ในปีค.ศ.1819
Singapore Flyer
ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่อ่าวมาริน่า บนชั้น 3 ของห้าง Retail Terminal วงล้อมมหึมานี้สูงถึง 165 เมตร และมีมูลค่าการก่อสร้างสูงถึง 171 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 6,000ล้านบาท) ทรงประสิทธิภาพด้วยวิศวกรรมล้ำสมัย เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุด ช่วยเผยทิวทัศน์มุมสูงอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวดื่มด่ำทัศนียภาพอันงดงามแบบ 360 องศา ของสิงคโปร์ รวมทั้งเกาะใหญ่เกาะน้อยที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมาเลเซีย และอินโดนีเซียได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เช้าจนถึงยามราตรี
Supreme Court and City Hall
ศาลฏีกาแห่งนี้ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างแบบคลาสสิคแห่งสุดท้ายที่ถูกสร้างขึ้นบริเวณเมืองและถือว่าเป็นตึกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ทีมีเสาแบบโครินเธียน หน้าต่างแบบจอร์เจียน และมีโดมสีเขียวสวยงาม และยังมีรูปปั้นผลงานของสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน Cavaliere Rudolfo Nolli อีกด้วย ใกล้ๆกันกับศาลฏีกา คือศาลว่าการแห่งสิงคโปร์ ซึ่งอายุเก่าแก่กว่า และกลายเป็นมรดาของชาติในปีค.ศ.1992 ข้างในมีการแสดงสื่อผสมอันสวยงาม หากใครอยากเข้าชมภายในจะต้องแจ้งล่วงหน้าสองสัปดาห์ และไม่มีการจ่ายค่าเข้าชม
Thian Hock Keng
วัดจีนลัทธิเต๋าที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1839 ติดริมน้ำ เริ่มแรกเป็นเพียงศาลเจ้าเล็กๆสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่พระโพธิสัตว์ Ma Cho Po โดยชาวประมงจะแสดงความขอบคุณต่อพระโพธิสัตว์ เพื่อขอพรให้ปลอดภัยจากการเดินเรือ แม้ว่าวัดแห่งนี้จะเป็นวัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ สร้างโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลยสักดอกเดียว ขณะเดียวกันวัดแห่งนี้ยังถือว่าเป็นวัดที่ทันสมัยที่สุดอีกด้วย เพราะว่าภายในบริเวณสวนมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องจากฮอลแลนด์ และบริเวณแท่นบูชาก็เป็นลายกระเบื้องแบบอังกฤษ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ
|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||


