![]() |
เที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์รัสเซีย :Guru เที่ยว รัสเซีย
The Kremlin
ป้อมปราการเคลมลิน ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำ Moskva นับเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ และเป็นที่เลื่องลือถึงความยิ่งใหญ่ ภายในอาณาเขตอันไพศาล เพราะพร้อมพรั่งไปด้วยป้อมปราการ พระราชวัง โบสถ์ วิหาร และพิพิธภัณฑ์ ภายใต้การโอบล้อมของกำแพงสูงตระหง่าน
เครมลิน ก่อสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอีกวานที่ 3 โดยฝีมือช่างชาวอิตาลี เมื่อเข้าไปเดินชมภายในเครมลิน จะได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระราชวังเครมลิน อดีตที่ประทับของพระเจ้าซาร์ กษัตริย์แห่งราชวงศ์รัสเซีย แต่ต่อมาภายหลังถูกปฏิวัติเปลี่ยนมาเป็นที่ทำการรัฐบาลในระบอบคอมมิวนิสต์
ภายในป้อมปราการแห่งนี้ วิจิตรอลังการไปด้วยหมู่วิหารงดงาม 3 หลัง ทั้ง Catheclral of the Assumption ที่สร้างขึ้นทับโบสถ์หลังเก่า เพื่อระลึกถึงการสิ้นพระชนของพระแม่มารี และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญ ๆ รวมถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าซาร์ Catheclral of The Assumption โดมทอง 9 ยอด ซึ่งใช้เป็นโบสถ์ส่วนพระองค์ของราชวงศ์ และ Catheclral of The Archangel Micehael สถานที่ฝังพระศพของพระเจ้าซาร์องค์ก่อน ๆ รวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในยุคระบอบกษัตริย์
นอกจากนี้ ยังมีปืนใหญ่พระเจ้าซาร์อายุกว่า 400 ปี ซึ่งกล่าวกันว่า เป็นปืนใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนระฆังพระเจ้าซาร์ก็เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการสลักเสลาลวดลายสวยงามบนตัวระฆัง แต่น่าเสียดายที่เกิดการแตกร้าวในขั้นตอนการหล่อ จึงนำมาวางตั้งให้ชมแทนการขึ้นไปแขวนบนยอดระฆังอีวานตามความประสงค์เดิม
ที่เครมลิน นักท่องเที่ยวควรเวลาดื่มด่ำกับความงดงาม และซึมซับเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้รัสเซียจนปัจจุบัน
Red Square
ลานหินโมเสกกว้างใหญ่ใจกลางเมืองมอสโคว ที่สร้างด้วยหินแกรนิต และหินอ่อนนับล้านชิ้นแห่งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงมอสโควเลยทีเดียว เพราะนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างก็รู้จักจัตุรัสแดงกันเป็นอย่างดี แม้อาจไม่เคยเยือนกรุงมอสโควมาก่อนก็ตามที
จัตุรัสแดงสร้างขึ้นเมื่อสมัยพระเจ้าอีวานที่ 3 ในยุคปลายศตวรรษที่ 15 โดยใช้เป็นสถานที่สำหรับปราศรัยกับฝูงชนที่มาเข้าเฝ้า ประกาศแจ้งข่าวสารแก่ประชาชน รวมถึงใช้เป็นลานประหารชีวิตนักโทษร้ายแรงทางการเมืองด้วย
ในเวลาต่อมาบริเวณจัตุรัสแดงได้ทวีความสำคัญต่อคนรัสเซียมากยิ่งขึ้น เพราะมี Lenin’s Mausoleum สถานที่ตั้งศพของวลาดิมีร์ เลนิน ผู้นำนักปฏิวัติมาร์คซิสเป็นคนแรกของ สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เป็นศาสดาแห่งระบอบสังคมนิยม เพื่อให้ประชาชนได้เคารพสุสานที่ก่อด้วยหินแกรนิตสีแดง ตรงกำแพงด้านนอกของวังเคลมลินในบริเวณจัตุรัสแดง อีกทั้งตั้งแต่ช่วงหลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังมีการใช้จัตุรัสแดงเพื่อประกาศแสนยานุภาพทางทหาร โดยจัดพิธีสวนสนามฉลองชัยชนะแห่งการปฏิวัติ ในวันที่ 7-8 พฤษภาคม ของทุกปีอีกด้วย
ความเจริญที่ผันผ่านไปในแต่ละยุคทำให้จัตุรัสแดงไม่ได้เป็นแค่สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ หากแต่ยังกลายเป็นจุดศูนย์รวมของสถานที่สำหรับท่องเที่ยวและย่านธุรกิจการค้าที่คึกคัก ซึ่งดูไปแล้วก็สมกับความหมายของสีแดงในรัสเซียที่สะท้อนถึงโชคลาภ ชัยชนะ และความร่ำรวย นอกจากนี้ ด้านหน้าของจัตุรัสแดงยังเป็นที่ตั้งกิโลเมตรที่ศูนย์ของรัสเซีย ซึ่งบนพื้นถนนจะมีสัญลักษณ์เป็นวงกลม แล้วอธิษฐานพร้อมกับโยนเหรียญข้ามไหล่ไป ก็จะทำให้ได้กลับมาเยือนมอสโควอีกครั้ง
St. Basil Cathedral
มหาวิหารเซนต์บราซิล สีสันสวยสดราวลูกกวาดแสนสะดุดตาของโดมรูปหัวหอมที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ จัตุรัสแดงแห่งนี้ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดมหาวิหารเซนต์บาซิล โบสถ์ในศาสนาคริสต์นิกานรัสเซียนออโทดอกซ์ ถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของกรุงมอสโคว
มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยดำริของพระเจ้าอีวานที่ 4 หรือที่ผู้คนกล่าวขานกันในอีกสมญานามว่า อีวานจอมโหด ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้พระองค์ถูกกล่าวขานเช่นนั้น ก็เพราะหลังจากมีรับสั่งให้ให้สถาปนิกชื่อดังแห่งยุคอย่างโพสท์นิกยาโคฟเลฟ สร้างมหาวิหารเซนต์บาซิลขึ้นเป็นสัญลักษณ์แห่งเฉลิมฉลองในโอกาสที่คว้าชัยจากการรบกับทหารมองโกล ยึดครองแคว้นคาซานมาเป็นเมืองขึ้นได้สำเร็จ โดยสถาปนิกผู้นี้ใช้เวลาถึง 6 ปีในการรังสรรค์ความวิจิตรตระการตาของยอดโดมทั้ง 9 ให้ออกมาราวกับภาพจินตนาการจากสรวงสวรรค์ ทำให้พระเจ้าอีวานทรงพอพระทัยมาก แต่เมื่อรับสั่งถามว่าสามารถสร้างสถานที่ใหม่ให้มีความงดงามกว่านี้ได้หรือไม่ พอสถาปนิกตอบว่าได้ พระองค์ก็ถึงกับมีรับสั่งให้ทำลายดวงตาทั้งสองข้างของสถาปนิกผู้นี้เสีย เพื่อจะได้ไม่สามรถไปสร้างสถานที่ให้อลังการกว่ามหาวิหารแห่งนี้ได้อีก
ไม่เพียงแต่ความงดงามของสถาปัตยกรรมภายนอกเท่านั้น ทว่าภายในมหาวิหารก็สร้างความรูสึกสงบและตื่นตะลึงได้ในคราวเดียวกัน โดยเฉพาะภาพรูปเคารพของพระเยซู รวมถึงลวดลายสไตล์ศิลปะบาโรกที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี มีความงดงามโดดเด่นทั้งภายในและภายนอกเช่นนี้ จึงสร้างแรงดึงดูดมหาศาลให้กับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก ต่างปรารถนาจะมาสัมผัสความงามด้วยสายตาตัวเองสักครั้ง
|
|
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||


