![]() |
เศรษฐกิจ มาเก๊า :Guru เที่ยว มาเก๊า
นับแต่ทศวรรษที่ 70 เป็นต้นมา มาเก๊าอาศัยความได้เปรียบทางด้านค่าแรงและที่ดินราคาถูก ในการดึงดูดตลาดผลิตสินค้าสิ่งทอจากตลาดยุโรป และอเมริกา อีกทั้งดึงดูดทุนอุตสาหกรรมจากเกาะฮ่องกงเข้ามา ทำให้ธุรกิจภาคการส่งออกสินค้าแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจก่อสร้างและที่ดิน ธุรกิจการเงินการประกัน เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นองค์ประกอบทางเศรษฐกิจที่สำคัญของมาเก๊าในเวลาต่อมา เมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 80 มากเก๊าก็กลายเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับแนวหน้าของภูมิภาคเอเชีย ในปี 1998 มีจีดีพีรวมกว่า 59,400 ล้านหยวน และมีจีดีพีเฉลี่ยต่อหัว 18,000 ดอลลาร์ มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ 32,600 ล้านหยวน มูลค่าการนำเข้า 17,000 ล้านหยวน การส่งออก 15,600 ล้านหยวน โดยมีรายได้ประชาชาติเป็น 10,700 ล้านหยวน เงินสำรองเงินตราต่างประเทศ 19,600 ล้านหยวน ทั้งนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวในมาเก๊ามีสัดส่วนจีดีพีสูงสุดคิดเป็น 42%
ในปี 2004 ครึ่งปีแรก มาเก๊ามีมูลค่าการส่งออกกว่า 10,110 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 7.3% ขณะที่การนำเข้าเติบโตถึง 26.2% รวมมูลค่ากว่า 12,820 ล้านหยวน
ตลาดคู่ค้าสำคัญของมาเก๊า ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปซึ่งมีสัดส่วนสินค้าส่งออกถึง 68.5% โดย 45.6% เป็นสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ตลาดนำเข้าที่สำคัญของมาเก๊าโดยมากอยู่ในเอเชีย ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง ซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้ากว่า 54.2%
นอกจากนี้ มาเก๊ายังเป็นพื้นที่หนึ่งในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง ซึ่งเป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจที่สำคัญทางชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ของจีน อันเป็นประตูสู่การติดต่อกับนานาประเทศรอบนอกของจีนอีกด้วย
มาเก๊ามีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี เนื่องจากมาเก๊าไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและขาดแคลนที่ดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก รายได้หลักของมาเก๊ามาจากการผลิตเพื่อส่งออก การท่องเที่ยวและธุรกิจการพนัน ปีงบประมาณของมาเก๊าเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม
สินค้าส่งออกที่สำคัญของมาเก๊า ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และของเล่น สินค้านำเข้า ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เชื้อเพลิง วัตถุดิบ และสินค้ากึ่งวัตถุดิบสำหรับการผลิต
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||


