ชีวิตปราศจากโทษภัยในปีฉลู พ.ศ. 2552 เมื่อฤดูใบไม้ผลิเริ่มย่างกรายเข้ามา ชาวจีนจะแสดงความยินดีที่ผ่านฤดูกาลอันแสนเจ็บปวดและทรมานผ่านพ้นไปได้อีกรอบ ชีวิตใหม่ที่สดใสจะเข้ามาเยือนอีกหน จึงเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริก ด้วยเล่าเป็นตำนานว่า ทุกๆปีในวันเริ่มฤดูกาลใบไม้ผลิ จะ มีตัวประหลาดน่ากลัวชนิดหนึ่งเรียกว่า เหนียน (แปลว่า ปี) จะมาคร่าชีวิตของมนุษย์ไปปีละจำนวนมาก แต่ตัวประหลาด ชนิดนี้จะกลัวเสียงดังของการเผาไม้ไผ่ และเกลียดสีแดง ชาวจีนจึงมีการจุดประทัดเพื่อเลียนเสียงไม่ไผ่ระเบิด และนิยมใส่เสื้อผ้า อาภรณ์เป็นสีแดงกันทั้งเมือง โดยเฉพาะเด็กๆเล็กๆทั้งหลายด้วย เพื่อขับไล่ตัวประหลาดให้หนีไปให้สิ้น ความจริงตัวเหนียน ก็คือปี คือกาลเวลาที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งในจักรวาลรวมถึงตัวของเวลาเองด้วย ตัวเหนียนที่ว่านี้เปรียบได้กับตัวหน้ากาฬ (แท้จริงต้อง เรียกว่าตัวหน้ากาล ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายเหมือนกับตัว ราหูอมจันทร์มักจะประดับตกแต่งอยูตามหน้าบันของโบสถ์หรือวิหาร ในวัดไทยหลายๆแห่ง เพื่อป้องกันปีศาจวิญญาณร้ายที่จะเข้ามารบกวนศาสนา เพราะมันจะกินทุกอย่างที่เข้ามา โดยนัยสำคัญ แล้ว ตัวหน้ากาล เป็นเครื่องเตือนใจมนุษย์ให้ไม่ประมาทในกาลเวลาที่ล่วงเลยไปทุกๆวินาทีให้มนุษย์เร่งสร้างสะสมคุณประโยชน์ คุณงามความดี ก่อนที่ชีวิตจะจากตายไปอย่างไร้คุณค่า หากพิจารณาดังนี้แล้ว ทุกๆวินาทีของทุกๆวันก็คือปีใหม่ที่แท้จริงนั่นเอง) ฤดูใบไม้ผลิหมายถึงการเกิดชีวิตใหม่ นับเวลาใหม่เป็นปีใหม่ ชื่อของปีก็จะแปรเปลี่ยนไป โดยใช้สัตว์เป็นชื่อเรียกปี เพราะสัตว์ เป็นสิ่งที่คุ้นเคย การเรียกชื่อสัตว์แทนการตั้งชื่อปี เพื่อทดแทนการใช้ชื่อที่เป็นภาษาชั้นสูงสวยหรู เรียกยากและยากแก่ การจดจำของชาวไร่ชาวนาเกษตรกรชาวบ้านที่ได้เล่าเรียนเขียนอ่านหนังสือน้อย เพราะต้องใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตกับการทำมา เลี้ยงชีพ ชื่อสัตว์จึงเป็นภาษาที่ชาวบ้านคุ้นเคยมากที่สุด นักปราชญ์โบราณชาวจีนแต่งตั้ง ชื่อสัตว์เป็นชื่อเรียกของปี เดือน วัน และเวลาจำแนกเป็นสัตว์สิบสองชนิด เช่น หนู วัว เสือ กระต่าย พญางู งูเล็ก ม้า แพะ สิง ไก่สุนัข หมู ตามลำดับ เรียกสัตว์ทั้งสิบ สองนี้ว่า สิบสองนักษัตร