หน้าแรก>>Travel Guide
กาลครั้งหนึ่งที่รัสเซีย-แดนหมีขาว
รัสเซีย ที่ใครๆ ก็อยากไป ยุโรปใช่มั๊ย ก็ส่วนหนึ่ง แต่ประเทศนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่ยังไง ทำไมถึงใหญ่ ต้องลองอ่านเรื่องราวที่ได้ประสบพบเจอมา รัสเซีย หรือ สหพันธรัฐ รัสเซีย Russia การเดินทางครั้งนี้ไปทำงานแบบมีความสุข และตื่นเต้นอย่างแรง
วันแรกของการเดินทาง
08.00 เช้านี้เราพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ กะว่าจะเข้าไปเดินเล่นซื้อของในดิวตี้ฟรี ช๊อป ซะหน่อย แต่เกท ขึ้นเครื่องก็ไกลซะเหลือเกินก็เลยต้องเดินไปถึงหน้าเกท ก็ใกล้เวลาเครื่องออกเต็มที พอนั่งบนเครื่องก็กะว่าจะนอนยาวๆ ซะหน่อย แต่ โอ้ โห้ เชื่อปะ เที่ยวบินนี้เต็มนะจ้า มีแต่ฝรั่งรัสเซีย ทั้งนั้นเลย มีกรุ๊ปคนไทยแค่ 2 กรุ๊ป คือคณะเรา กะ คณะจากองค์การโทรศัพท์ ฝรั่งพวกนี้แบบว่าตัวใหญ่กันมาก (ที่นั่งบนเครื่องการบินไทยก็เล็กอยู่แล้ว) เจอไซด์นี้เข้าไปจ๋อย เลยต้องนอนแบบหลังตรงแบบไม่ต้องเอนกันไปมากนักพอขึ้นไปได้สักครึ่งชั่วโมงเราก็ปิดสวิสต์ ทันที ผ่านไป 2 ชม. ก็เริ่มการเสริ์ฟอาหารและเครื่องดื่ม พอได้กลิ่นปุ๊ป ก็ลืมตาตื่น ขึ้นมากินๆๆๆๆๆ แล้วตบด้วยไวน์แดง ไม่ต้องสืบว่าจะอะไร ก็หลับต่อไงละ นั่งเครื่องตั้ง 10 ชม. ก็ขอเก็บแรงไว้ก่อนละกันวันนี้
10.25 ถึงสนามบินโดเมโดเดโว ซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์อีกแห่งหนึ่งของรัสเซีย คณะก็พร้อมใจกันแลกเงินสักเล็กน้อยเพื่อไว้ใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง ตามคำแนะนำของไกด์พี่ทีน่า (อะ อะ พี่เค้าบอกว่า ไม่ใช่ ทีหลังนะจ๊ะ) ตามด้วยการซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์แบบเติมเงินไว้สำหรับผู้ที่มีธุระเยอะ แต่ถ้าใครไม่ซื้อก็แลกเงิน เข้าห้องน้ำกันไปตามสูตร แล้วเราก็เดินออกไปขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงมอสโคว เดินทางไม่ไกลนัก แต่ที่ประเทศนี้รถติดม้ากกกกกกกกกก เอาแบบว่าเมืองไทยเรียกว่าไหลๆ ของที่นั่นเหอะ แต่ช่วงฤดูที่พวกเราไปก็ถือว่าไม่หนาวมากนัก วันนี้อากาศประมาณ 5-9 องศา เท่านั้น ซึ่งเวลาท้องถิ่นที่นี่จะช้ากว่าเมืองไทย 3 ชม. เนื่องจากรถค่อนข้างติดก็เลยจำเป็นต้องไปเที่ยวบางส่วนก่อน ใช้เวลาเดินทางกันประมาณ 2 ชม. ก็ถึงที่เที่ยวแรกนั่นคือ จัตุรัสแดง หรือ วิหารเซ็นต์บาซิล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กันกับห้างสรรพสินค้ากุม ห้างที่จำหน่ายแต่สินค้าแบรนด์เนมยุโรป สำหรับที่รัสเซีย นี้มีภาษเป็นของตนเอง และสามารถพูดและฟังภาษาอังกฤษเข้าใจได้เป็นอย่างดี สกุลเงินที่ใช้คือ เงินรูเบิ้ล หรือจะใช้เงินสกุลยูโร หรือ ยูเอสดอลล่าร์ก็ได้ ข้อจำกัดสำหรับเงินยูเอส จะต้องเป็นแบงค์ที่ใหม่มากๆ ไม่มีรอยขูดขีด รอยปากกา หรือ รอยแม็คเลย ฉะนั้น ควรติดเงินยูโร แบบใบย่อย ไปจะใช้ได้ดีที่สุด หรือถ้าใช้ให้สะดวกที่สุดคือนำเงินสกุลที่เรามีไปแลกเงิน รูเบิ้ล จะใช้จ่ายได้สะดวกที่สุด เที่ยวสักพักท้องก็ชักจะร้อง เราก็เลยพาคณะเดินทางไปร้านอาหาร
ä อาหารเย็น วันนี้จะเป็นอาหารจีน จากจตุรัสแดงเราก็เข้าที่พักซึ่งอยู่หัวถนนช้อปปิ้งอาราบัท รร.โกเด้นท์ริง ซึ่งคนไทยมักรู้จักดี เพราะคือโรงแรมระดับ ห้าดาว (ห่างจากจัตุรัสแดงเพียง 15 นาทีเท่านั้น) คืนนี้กว่าจะได้นอนก็ ตีหนึ่งแล้ว เพราะเราบริการนำกระเป๋าไปไว้ที่ห้องพักให้กับลูกค้า วุ่นวายกันเล็กน้อยกระเป๋าสลับห้องกัน เราจึงทำหน้าที่ไปหากระเป๋าไปส่งให้ที่ลูกค้า และเดินแจกกระบอกน้ำที่ผู้จัด ทำแจกให้ผู้เดินทางเพื่อชงน้ำชา รสต่างๆ ที่เราจัดเตรียมไป
วันที่สองของการเดินทาง
06.00 Morning Call จากโรงแรมได้เวลาตื่นแล้วจ้า
07.00 ä รับประทานอาหารเช้า ชั้น 2 อาหารแบบอเมริกันเบรกฟัสต์ ขอบอกว่าชาที่นี่กลิ่นดี รสชาดีมากทำให้ชาเก๊กฮวย ชามะตูม ขายไม่ออกเลย อิ อิ
08.00 คณะออกเดินทางสู่เมืองซาร์กอส ฟ้ายังไม่สว่างเอาซะเลย เหมือนเราออกเดินทางกันตั้งแต่ ตีห้ายังไง ยังงั้น แต่ดีนะเช้าหน่อยรถเลยไม่ค่อยติด ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ สองชั่วโมง ผ่านโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานอวกาศด้วย ขอบอกว่าเก่า แต่ เก๋า ปัจจุบันก็ยังใช้งานได้ ทั้งที่อายุมากแล้วใช้งานตั้งแต่สมัยเป็นสหภาพโซเวียดนู้นแหละ และที่นี่ขอบอกเลยว่าเล็กๆ ไม่ ใหญ่ เราทำ อย่างเช่น หมาอวกาศตัวแรกที่เรารู้จัดกันในนาม เจ้า หมาไลก้า หรือนักอวกาศคนแรกของโลก ก็อยู่ที่นี่ และระหว่างทางยังผ่านบ้านพักตากอากาศ หรือภาษารัสเซียเรียกว่า....................
10.00 ก่อนเข้าไปชมด้านในวิหารนักบุญเซ็นต์ เราก็ขอแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในมุมกว้างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ถ่ายรูปเสร็จรถก็ไปจอดที่บริเวณฝั่งตรงข้ามแล้วเดินลอดอุโมงค์ข้ามฝั่งไปยังทางเข้า ปกติการเปิดให้เข้าชมสถานที่ต่างๆ จะเปิดประมาณ สิบโมงเช้า ซึ่งที่นี่ต้องเสียค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายภาพ และ วีดีโอ ตัวละ 100 รูเบิ้ล และจะได้เป็นซีดีสถานที่ท่องเที่ยวมาให้ 1 อันต่อกล้อง 1 ตัว ที่รัสเซียได้เกิดศาสนาของตัวเองขึ้นเมื่อปี 1449 มีมีการจัดทำคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นภาษารัสเซียขึ้น จึงเป็นผลทำให้เกิดศาสนารัสเซี่ยนออโทด๊กซขึ้นเป็นครั้งแรก นิกายนี้จะไม่นับถือรูปปั้นใดๆ ในโบสถ์ ไม่นับถือองค์พระสันตะปาปา แต่จะนับถือพระสังฆราช และ อีคอน หรือ ไอคอน ความหมายคือ ภาพวาดพระเยซูที่วาดลงบนแผ่นไม้ สีธรรมชาติ
12.00 ä รับประทานอาหารกลางวันเป็นสเต๊กปลา และเฟร้นฟราย (แนะนำต้องกินกับซอสเปรี้ยว และ ซอสที่ทานกับปลาอร่อยล้ำเชียวแหละ) ร้านนี้จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวิหารนักบุญเซ็นต์ ที่นี่คณะต้องเสียเวลามากหน่อย เพราะบริเวณทางเข้า และ ข้างร้านจะมีของที่ระลึกขายอยู่เป็นจำนวนมาก และ ราคาไม่แพงอีกด้วย
13.30 กว่าจะรวบรวมกันออกเดินทางมาได้ เพื่อมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองมอสโคว แต่ขากลับ 2 ชม. เนื่องจากรถติด จากนั้นเราก็เข้าไปชมด้านในของมหาวิหารเซ็นต์ซาเวียร์ ที่ยิ่งใหญ่และงดงามอย่างยิ่งสำหรับโบสถ์ที่นี่จะเป็นศิลปะแบบโอโธด๊อกซ์ คือเป็นภาพวาดสีน้ำลงบนปูนเปียกรูปทรงโค้ง สวยงามอย่างยิ่งแต่คณะเรามีเวลาน้อยจึงมีเวลาให้เพียง หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่มีแอบแว๊บไปด้านล่างจะจัดแสดงในส่วนของนิทรรศกาลแสดงประวัติความเป็นมของสถานที่แห่งนี้และเครื่องแต่งกายสมัยโซเวียดปกครองน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นพี่ทีน่าก็พาพวกเราทัวร์รถไฟฟ้าใต้ดินที่เราคิดว่าสวยที่สุดในโลกโดยพาพวกเราลงนั่งไปได้ 2 สถานีจากย่านถนนอาราบัทไปสู่สถานีที่สวยที่สุดอีกแห่งและได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และ พานั่งต่อไปอีก 1 สถานีไปสู่สถานีรถไฟฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ออกแนวสร้างสรรค์สู่เทคโนโลยี ต่างจากสถานีที่แล้วที่เน้นภาพวาดและสีสัน จากนั้นพวกเราก็ไปแวะเที่ยวและชมภาพในสุสานเลนนิน และภายในยังเป็นสถานที่เก็บพระศพของเชื้อพระวงศ์สมัยรัสเซียเก่าอีกหลายพระองค์ อาหารเย็น ä เรากินอาหารจีนที่ภัตตาคารคิมทิม ฉันคิดว่าเป็นอาหารจีนที่มีสภาพร้านและรดชาดดีที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าที่อื่น ไม่อร่อยนะก็อร่อยดี แต่ที่นี่ดีที่สุดค่ะ
จากร้านอาหารไปอีกไม่ไกลนักเราก็ไปเข้าชมละครสัตว์ที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของรัสเซีย บิ๊กเซอร์คัส ทีแรกคิดว่าจะมีแต่การแสดงจากสัตว์แต่พอเข้าไปข้างในโอ้โห้ทุกคนหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ตลอดการโชว์กว่า 1.30 ชม. เหมือนนั่งดูโชว์อะคาซ่า พัทยา มาโชว์ร่วมกับสัตว์หลากหลายชนิด อาทิ เสือโคร่ง สิงโต ลิงชิมแปนซี นกแก้ว ฯลฯ จบจากโชว์เราก็ขึ้นไปที่เนินเขาสแปร์โร่ว์ ขึ้นไปถ่ายภาพและชมวิวมุมสูงของตัวเมืองมอสโคว และ มหาวิทยาลัยมอสโคว ที่มีศิลปะที่เราเรียกว่า เซเว่นซิสเตอร์ หรือ 7 สิงมหัศจรรย์ของรัสเซีย ที่สร้างเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง 7 แห่ง และมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็คือ 1 ใน 7 แห่ง จากนั้นเราก็เข้าทีพัก เพราะพรุ่งนี้เราจะต้องเดินทางต่อสู่นครเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก
วันที่สามของการเดินทาง
05.00 Morning Call จากโรงแรมได้เวลาตื่นแล้วจ้า
06.00 ä รับประทานอาหารเช้า ชั้น 1 อาหารพี่ทีน่าให้จัดแบบกล่องให้ เพราะเป็นเวลาเช้ามากทางโรงแรมจะยังไม่เปิดให้บริการและพี่เค้ายังให้จัดมุมกาแฟให้อีกด้วย แต่เราคิดว่าคงไม่อิ่มแน่ๆ ทางทัวร์ก็เลยจัดมา ม่า กะป๋องของขายดีมาให้ได้เติมน้ำร้อนมารับประทานกันอย่างถ้วนหน้า
07.00 ออกเดินทางไปสนามบิน ชิเรเมโธว่า1 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เท่านั้น เช้านี้รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่นัก ปกติรถจะค่อนข้างติดตอน 10 โมงเป็นต้นไป เหมือนกะว่าหนาวเลยทำให้คนตื่นสายอะ คนที่นี่ถ้าไม่ขับรถก็จะใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ติด ซึ่งขอบอกว่าเราไปเจอกันมาแล้ว ที่นี่เค้ามีระบบขนส่งมวลชนที่ทำให้คนใช้บริการได้อย่างแท้จริง จริงๆ นะ พอถึงสนามบินเราก็ต้องช่วยกันเฉลี่ยนน้ำหนักกระเป๋า เป็นการใหญ่เพราะที่นี่จะค่อนข้างจำกัดเรื่องน้ำหนัก และ ถ้าหากเกินกว่าที่กำหนดจะต้องเสียค่าน้ำหนักแพงมากๆ ด้วย แต่เราก็เฉลี่ยกันไปได้ไม่เกินน้ำหนัก
10.55 FV118 เราออกเดินทางไปสู่เซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก บนเครื่องก็มีอาหารเสริ์ฟนะ คือขนมปังแซนด์วิสแฮมชีสเย็นๆ แข็งๆ แต่พวกเราก็กินค่ะ เพราะหิวมั่กๆ และก็มีชา กาแฟ และ น้ำส้มเสริ์ฟ
12.30 พอถึงสนามบินแล้วก็มีบริการคนยกกระเป๋าไปส่งให้ที่รถจากนั้นเราก็รีบออกเดินทางไปยังร้านอาหาร เดินทางประมาณ 1 ชม. ä มื้อกลางวันนี้เราจะกินไก่ยัดไส้ทอดกรอบ พร้อมสลัดผัก ก็อร่อยดีไปอีกแบบ เข้ากับน้ำจิ้มแจ่ว ที่ทัวร์ทำไปให้เล้ย ไม่อย่างนั้นก็คงกินกันไม่หมด เพราะมันออกเลี้ยน เล็กน้อย สำหรับคนที่ไม่ชอบอาหารยุโรปอย่างฉัน และที่สำคัญ ประเทศนี้คนกินซอสเยอะ ต้องจ่ายตังค์เพิ่มนะค่ะ ประมาณว่าให้กินแค่นี้ก็พอ แต่สำหรับคนไทยไม่ได้ ทางทัวร์จึงจำเป็นต้องนำติดไปด้วย ที่เมืองนี้อุณหภูมิจะต่ำกว่ามอสโควอยู่ 2-3 องศาเพราะอยู่เหนือขึ้นมาอีก จากนนั้นเราไม่รอช้ามุ่งหน้าสู่ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เป็นพระราชวังฤดูร้อน (แต่เรามาเที่ยวฤดูหนาว) ติดกับทะเลบอลติก มีประวัติอันยาวนาน ของห้องต่างๆ ที่ถูกจำลองสร้างขึ้นใหม่ในสถานที่เดิม เพราะถูกทำลายสมัยสงคราม รวมถึงมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ไทย ที่สำคัญคือ องค์สมเด็กพระปิยมหาราช รัชกาล ที่ 5 และ องค์พระราชชินี ใน รัชกาลที่9 เมื่อครั้งสมเด็จฯพระนางเจ้าฯ เสด็จเยือนรัสเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต และ องค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนารถ ที่ไปเสียดุล กับหญิงชาวรัสเซีย ช่วงฤดูที่เราน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ก็คือจุดไฮไลท์คือน้ำพุบริเวณด้านห้าพระราชวังที่หันหน้าออกทะเลบอลติกนั้นต้องถูกปิดเนื่องจากอากาศหนาวจัด จะเปิดอีกทีคือฤดูร้อน ประมาณเดือน กรกฏาคม-ตุลาคม ของทุกปี เราใช้เวลาอันจำกัดอยู่ที่นี่เพียง 2 ชม. เท่านั้น และเราก็เดินทางกลับสู่นครเซ็นต์ปีเตอร์ฯ เพื่อทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารจีน ก่อนเข้านอนที่ รร.ฮอลิเดย์ อินน์ เป็นโรงแรมเปิดใหม่ และ ที่ดีเหมาะกับคนไทยคือ มีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ด้านหน้าของโรงแรม แต่ปิดแค่ 5 มุ่มเท่านั้น หลับฝันดีคืนนี้ http://www.diamondshine.co.th/files/photo/36/36_10122009121233.jpg
k