หน้าแรก>>Travel Guide
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในทิเบต
ทิเบต..
พระราชวังโปตาลา เป็นสถานที่เป็นจุดเด่นของทิเบต ได้ชื่อว่าเป็นพระราชวังที่อยู่สูงที่สุดในโลก เมื่อมาถึงทิเบตจะต้องตะลึกกับภาพพระราชวังโบราณอันใหญ่โตมโหฬาร ตั้งเด่นสง่าอยู่บนเนินเขา มีภูเขาอื่น ๆ ห้อมล้อม ผู้สร้างคือพระเจ้าทรงจันกัมโป กษัตรย์ผู้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพระราชวังที่ประทับอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเหวินเชิง พระราชวังสูง 117 เมตร มีห้องต่าง ๆ 1,000 ห้อง มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 90,000 ตารางเมตร ห้องต่าง ๆ เป็นที่เก็บรักษาศิลปวัตถุล้ำค่าของทิเบต ทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ อีกหลายพันองค์ และเป็นที่เก็บสถูปอังคารของดาไดลามะทุกองค์ของทิเบต รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกมากว่าพันชิ้น วัดโจคัง เป็นวัดหลังคาทองมีอายุมากกว่า 1,400 ปี ชาวทิเบตนับถือว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศ จุดเด่นของวัดนี้คือ บนหลังคาวัด ซึ่งเป็นดาดฟ้า มีรูปปั้นสัญลักษณ์พระธรรมจักรกัปวัตนสูตร ซึ่งพระพุทธองค์ประธานเป็นปฐมเทศนาเป็นรูปธรรมจักรและกวาง 2 ตัวหมอบหันหน้าเข้าหาธรรมจักร สิ่ง 2 อย่างหุ้มด้วยทองคำแท้อยู่ข้างบน หลังคาวัดโจคังก็ประทับด้วยทองคำ ในยามเย็นเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องต้องหลังคาวัดจะสะท้อนสีทองออกมาวาววับจับตา เป็นภาพที่งดงามประทับใจมาก ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปต่าง ๆ อีกมากมาย ถนนแปดเหลี่ยม อยู่ใจกลางเมืองลาซา เป็นจุดรวมศาสนา วัฒนธรรม ศิลปะหัตกรรมตลอดจนวัฒนธรรมของทิเบต ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ตลาดถนนแปดเหลี่ยมมากไปด้วยร้านค้า สองข้างเต็มไปด้วยแผงขายสินค้าศิลปหัตถกรรมของชาวทิเบตมากมาย เอ่าหวางซัน หน้าผาแกะสลักพระพุทธรูปองค์ใหญ่หลายพันองค์ ตั้งแต่สมัยพระจ้าซงจันกัมโป ด้านหน้าของฝาผนังพทุธรูปมีมานีตุยมากมาย ในช่วงเดือน 4 ของทิเบต ผู้คนถือว่าเดินรอบวัดในวันนั้นสามารถได้รับบุญเป็นอันมาก ดังนั้นจึงมีผู้คนมากกันมายกมาย กองก้อนหิน มานีตุย ก็สู่งใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ตำหนักจินเซ่อพอจางหรือ ‘สวนป่าสีทอง' ตำหนักจินเซ่อพอจางหรือ ‘สวนป่าสีทอง’ที่มีความงามเป็นที่เลื่องลือที่สุดของนอร์บุลิงกะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของนอร์บุลิงกะ มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมทิเบตอย่างชัดเจน วิหารใหญ่มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือละเอียดประณีตงดงาม นอกจากนี้ นอร์บุลิงกะยังเก็บรักษาโบราณวัตถุและพระคัมภีร์อันมีค่าหายากอีกมาก สถานที่ทั้งสามแห่งนี้ล้วนเป็นผลงานทางศิลปะชิ้นเอกของชาวทิเบต มีความงามทางสถาปัตยกรรมที่ผ่านการสร้างสรรค์อย่างประณีตเป็นเอกลักษณ์ และยังมีคุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาอีกด้วย พระราชวังฤดูร้อนนอร์ปูลินคา พระราชวังฤดูร้อนนอร์ปูลินคา (NORBULINKHA PALACE)หรือ ตำหนักสวนอัญมณี (PRECIOUS STONE GARDEN) มีเนื้อที่โดยรวม 360,000 ตารางกิโลเมตร สร้างใน ค.ศ.1750 โดยดาไลลามะ ที่ 7 เพื่อเป็นที่พักในยามชรา ซึ่งลามะองค์ต่อ ๆ มา ได้ขยายต่อเติมภายในพระราชวังแห่งนี้มี 370ห้อง ตำหนักที่สำคัญมี 3 ส่วน รวมทั้งตำหนักของดาไลลามะ องค์ที่ 14 ที่ใช้ เงินส่วนตัวสร้างขึ้นและอาศัยอยู่ 2 ปี ก่อนลี้ภัยไปอินเดีย ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้เปิดเป็สวนสาธารณะเป็นที่พักผ่อนของประชาชนท่าน จากนั้นนำท่านเดินทาง ชมวัดต้าเจาซื่อ (Jokhang Temple) หรือวัดโจคัง เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของ ชาวธิเบตทั้งมวลเพราะเมื่อมีพิธีถือศีลกัน นักบวชนับล้านก็จะเดินทางมาร่วมกันทำพิธีที่นี่สร้างในสมัยของกษัตริย์ซงจ้าน กัมโปเช่นกัน เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มเหสีชาวต่างชาติสององค์ของพระองค์ คือ ชาติจีน และเนปาลนำเข้ามายัง ธิเบตศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ธิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ มีตำนานเล่ากันว่าก่อนที่กษัตริย์ชงเซินกัมโปจะสร้างวัดต้าเจาซื่อได้อธิษฐานว่าพระองค์จะโยนแหวนขึ้นไป บนอากาศ หากแหวนนั้นตกลงที่ใดก็จะสร้างวัดลงตรงนั้นปรากฏว่าแหวนลอยลงไปตกในสระน้ำกระทบกับหินที่โผล่ขึ้นมาทันใดนั้นเอง นิมิตของสถูปก็ปรากฏให้แก่คนทั่วไปได้เห็นจึงนับว่าเป็นนิมิตรที่ดีกษัตริย์ซงจ้าน กัมโป ก็เลยสั่งให้สร้างวัดลงตรงนั้นเอง ภายในวัดมีสิ่งสำคัญอยู่หลายสิ่งเป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และความเชื่อถือในเรื่องไสยศาสตร์อาทิเช่น รูปปั้นอนุสาวรีย์เป็นยา 2 เม็ดที่สร้างเมื่อ 200 ปีก่อน บอกวิธีการรักษาโรคฝีดาษที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปรากฏว่ารูปปั้นนี้ถูกผู้คนแอบแกะไปกินเพื่อรักษาโรคเสียแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่พระนางเหวินเฉิง นำมาจากประเทศจีนเมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม้แต่พวกขบวนการเรดการ์ดหรือกองทัพแดงที่ทำลายทุกอย่างตอนที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในประเทศจีน ยังไม่กล้าแตะต้องพระพุทธรูปองค์นี้เลย จากนั้นนำท่าน ชมถนนแคบแปดเหลี่ยมธิเบต ชมตัวเมืองเก่าของนครลาซา มีอายุราวหนึ่งพันกว่าปี ชาวทิเบตมีความเชื่อว่า ถนนแปดเหลี่ยมนี้เป็นเส้นทางจงกรม จากชาตินี้สู่ชาติหน้าได้ มีคำกล่าวไว้ว่า หากท่านเดินทางมาทิเบตไม่ได้มาที่นี่ เปรียบเหมือนท่านไม่ได้ย่างสู่ทิเบต ถนนสายนี้ท่านได้ศึกษาพบเห็นความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตของชาวทิเบต ที่นี่มีผู้คนพลุกพล่านคึกคักอีกทั้งเป็นแหล่งเศรษฐกิจของทิเบต ให้ท่านได้อิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของที่ระลึกรวมไปถึงงานฝีมือต่าง ๆ มากมายที่ชาวทิเบตนำมาวางขายรายรอบถนนสายนี้ ถนนสายนี้ยังมีร้านค้า ต่าง ๆ ที่เป็นของชาวเนปาลและชาวอินเดีย ร้านค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่จำหน่ายสินค้านำเข้าหลากหลายชนิด อาทิ พรมถัก หมวก ร้องเท้า ผ้าประดับประตู เครื่องเงิน เครื่องประดับตกแต่งร่างกายที่ทำจากหิน อัญมณี มีดพก ฯลฯ พระตำหนักนอร์บุลิงกะ พระตำหนักนอร์บุลิงกะ ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเมืองลาซาห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร คำว่า ‘นอร์บุลิงกะ’ ในภาษาทิเบตหมายถึง ‘สวนป่าอันเป็นที่รัก’ สร้างในสมัยองค์ทะไลลามะที่ 7 เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่ซึ่งองค์ทะไลลามะใช้เป็นสถานที่บริหารบ้านเมือง และประกอบกิจกรรมทางศาสนา เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่รักยิ่งของทะไลลามะหลายองค์ต่อมา เนื่องจากนอร์บุลิงกะได้ผ่านการบูรณะซ่อมแซมและขยายต่อเติมในยุคหลังอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสมัยองค์ทะไลลามะที่ 8 และ 13 มีการก่อสร้างเพิ่มเติมครั้งใหญ่ นั่นคือ ‘สวนป่าสีทอง’ที่เป็นส่วนสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามเป็นเอกของนอร์บุลิงกะมาจนทุกวันนี้ นอร์บุลิงกะ เป็นแหล่งรวมพืชพันธุ์มากกว่า 100 ชนิด มีทั้งที่เป็นไม้ดอกที่พบได้ทั่วไปในลาซา และพันธุ์ไม้จากยอดเขาเอเวอร์เรสที่หาดูได้ยาก นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้ส่วนหนึ่งที่นำมาจากแผ่นดินใหญ่และภายนอกประเทศ จึงได้ชื่อว่าเป็นสวนรุกชาติบนที่สูง นอร์บุลิงกะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ เขตพระราชฐาน เขตพระราชฐานชั้นนอก และเขตสวนป่า สำหรับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ ได้แก่ หมู่พระตำหนักเก๋อซังพอจางและสวนทางทิศใต้ ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 120 เมตร
X