E-Travel

หน้าแรก>>Travel Guide



            ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ดอกซากุระกำลังเบ่งบานเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังมาเยือนแต่เป็นการสิ้นสุดฤดูหนาวของญี่ปุ่น ความสวยงามของดอกซากุระเป็นสิ่งที่ใครหลายคนเฝ้ารอชมความงามและอยากสัมผัสความงดงามนั้น ช่วงเดือนพฤษภาคม  หากต้องการสัมผัสบรรยากาศเทศกาลดอกซากุระบานที่บานสะพรั่งเต็มไปทั่วเกาะฮอกไกโด


             เมืองซัปโปโร (ญี่ปุ่น: 札幌市 Sapporo-shi ภาษาไอนุ หมายถึง แม่น้ำสำคัญไหลผ่านที่ลุ่ม ) เป็นศูนย์กลางความเจริญของเกาะฮอกไกโดและเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ เมืองซัปโปโรถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานแบบอเมริกาเหนือ จึงมีการสร้างระบบถนนแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า อดีตเคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวเมื่อปี พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) เทศกาลหิมะที่ซัปโปโรจะจัดขึ้นราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เมืองซัปโปโรเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของฮอกไกโด และสถานที่สำคัญๆในเมืองซัปโปโรส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ด้วย
              สวนโอโดริ (Odori Park) เป็นหัวใจหลักของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกและกว้างไปจนถูกฝั่งตะวันตกของตัวเมือง เป็นสวนสาธารณะที่แบ่งตัวเมืองเป็นซีกเหนือใต้ ความยาวของสวนแห่งนี้วัดได้ 1.5 กิโลเมตร ความกว้าง 60 เมตร มีถนนตัดผ่านเป็นช่วง ๆ ภายในมีสวนไม้ดอกไม้ประดับปลูกไว้งดงาม รวมทั้งน้ำพุ และงานประติมากรรมกลางแจ้งตั้งไว้ให้ชมสลับกับม้านั่งที่มีให้เลือกนั่งพักผ่อน สวนโอโดริเป็นหนึ่งในสามแห่งของสถานที่จัดงานเทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ซึ่งจัดขึ้นราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีนาน 1 สัปดาห์ จากสวนดอกไม้ที่สวยงามในฤดูร้อน จะกลายเป็นลานงานเทศกาลที่มีผลงานแกะสลักน้ำแข็งอันวิจิตรตระการตา จากผู้เข้าร่วมประกวดจากทั่วประเทศและนานาชาติ บนลานที่เต็มไปด้วยหิมะในช่วงที่หนาวเหน็บที่สุดในรอบปี ส่วนในฤดูอื่นๆ ก็มีเทศกาลต่าง ๆ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาจัดกันที่นี่ตลอดทั้งปี

              หอคอยทีวีทาวเวอร์ ( TV Tower) เป็นหอคอยส่งกระจายสัญญาณโทรทัศน์ สูง 147.2 เมตร มีจุดชมวิวอยู่ที่ระดับความสูง 90 เมตร จึงมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองซัปโปโรได้อย่างเต็มตา
              หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower ) ตั้งอยู่ถัดจากตึกทำเนียบรัฐบาลเก่าของฮอกไกโดลงมาแล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันออก จะเห็นหอนาฬิกาซัปโปโรตั้งอยู่ในพื้นที่แคบๆ ท่ามกลางกลุ่มตึกสูงสมัยใหม่ เป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่มากและเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 เดิมทีเป็นโรงฝึกงานของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด แต่ได้ปรับเปลี่ยนสร้างเป็นหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันก็ยังสามารถบอกเวลาได้อยู่ และด้วยความเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานานจึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ ญี่ปุ่นตัวอาคารสร้างด้วยไม้ทาสีขาว ภายในหอนาฬิกาจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของหอนาฬิการวมถึงเรื่องราวของนาฬิกาที่เคยใช้บอกเวลารุ่นเดียวกับนาฬิกาที่ อยู่บนหอคอยให้ชม นับเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของสถานีซัปโปโรราว 1.7 กิโลเมตร คุณสามารถเดินทางได้สะดวกไม่ว่าจะเดินทาง โดยรถบัสหรือรถไฟใต้ดินก็ตาม เป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์ แห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ดำเนินการมาตั้งแต่พ.ศ.2419   เบียร์ยี่ห้อซัปโปโรมีจุดกำเนิดมาจากที่นี่และเป็นยี่ห้อที่ รู้จักกันดีของคนญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันนอกจากเบียร์แล้วก็ยัง ผลิตผลิตภัณฑ์อื่นๆ ออกวางจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นชาเขียว น้ำส้ม กาแฟ น้ำอัดลม ตัวอาคารสร้างจากอิฐแดงเป็น เอกลักษณ์ของที่นี้ แต่ด้วยความเจริญเติบโตของกิจการ ทำให้มีโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศ จึงได้ดัดแปลงอาคารนี้ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์เมื่อปี พ.ศ.2530 ที่เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมฟรี
             ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 3 ชั้นซึ่งจะให้ดีจะต้องเริ่มเยี่ยมชมตั้งแต่ชั้น 3 ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจะมีการจัดนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของกรรมวิธีการผลิตเบียร์ชนิดต่างๆ และมีส่วนชั้นโชว์บรรจุภัณฑ์หรือขวดเบียร์รุ่นต่างที่เคยผลิตตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ส่วนชั้น 2 จัดเป็นบาร์ย่อมๆ ที่มีเบียร์จำหน่ายให้ได้ทดลองชิมอยู่ 5 ชนิดพร้อมแถมกับแกล้มด้วย บรรยากาศในบาร์จะเต็มไปด้วยกระป๋องเบียร์รุ่นต่างๆ ให้ชมและโปสเตอร์โฆษณาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่อดีตที่จะทำให้คุณได้เห็นวิวัฒนาการความเจริญในการผลิตเบียร์ ส่วนคนที่ไม่ชอบดื่มเบียร์ก็มีเครื่องดื่มอื่นให้เลือกชิมไม่ว่าจะเป็นชาเขียว น้ำส้ม ส่วนชั้นล่างสุดเป็นลานเบียร์ในร่ม
              ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด (Farmer Hokkaido Governing Office Buiding) ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อิฐสีแดง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา ทีเลียนแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ใช้อิฐมากกว่า2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทำมาจากหมู่บ้านซิโรอิชิและโทโยชิร่า (Shiroishi&Toyohira) อดีตใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี พ.ศ.2429 มิจิโตชิ อิวามูระ (Michitoshi Iwamura) ผู้ว่าราชการคนแรกของฮออกไกโด ตึกนี้ผ่านการใช้งานมายาวนานกว่า 80 ปีและได้ย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นตึกใหม่ทันสมัยสูง 10 ชั้นตั้งอยู่ทางด้านหลังตึกเก่า แต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2512 ภายในจัดแสดงห้องทำงานสมัยที่ผู้ว่าการเมืองอยู่และมีจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวความเป็นมาของเมืองซัปโปโรและเกาะฮอกไกโด คุณสามารถเข้าชมได้ฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
             ชมวิว T38 JR Tower เจอาร์ทาวเวอร์ เป็นตึกที่สูงที่สุดในเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ติดกับสถานีเจอาร์ซัปโปโร จุดชมวิวตั้งอยู่ที่ชั้น 38 เรียกว่า T38 (Tower Three Eight) ระดับความสูงอยู่ที่ 160 เมตร จะมองเห็นวิวทิวทัศน์เหนือเมืองซัปโปโรได้กว้างไกลทั้งกลางวันและกลางคืน โดยจะมีแสงไฟจากกลุ่มตึกย่านซูซูกิโนะ ติด ๆ กันมีตึก ESTA ซึ่งที่ชั้น 10 เป็นศูนย์รวมร้านราเมน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ร้าน ให้เลือกชิม อร่อยไม่แพ้ตรอกราเมนในย่านซูซูกิโนะ

             จุดชมวิวฮิทซึจิงะโอกะ (Sapporo Hitsujigaoka Observation Hill  หรือ  Hitsujigaoka temboudai)
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองซัปโปโร มองลงมาจะเห็นซัปโปโรได้ทั้งเมือง เปิดให้ขึ้นไปชมได้ตั้งแต่ พ.ศ.2502 และสามารถเดินทางไปได้สะดวก บนเนินเขามีอนุสาวรีย์ของดร.คล้าก (Dr. William Smith Clark) ครูฝรั่งที่เป็นรู้จักกันดีของคนฮอกไกโด เพราะมีบาบาทมากที่สุดในเรื่องของการพัฒนาเกาะฮอกไกโด ทั้งในด้านการศึกษาและคริสต์ศาสนา เป็นชาวอเมริกันผู้ก่อตั้งวิทยาลัยการเกษตรซัปโปโร ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ฐานรูปปั้นมีคำว่า “Boys Be Ambitious” ที่แปลว่า “เด็ก ๆ ต้องคิดให้ใหญ่ไม่คิดเล็ก” สลักไว้ซึ่งเป็นประโยคอมตะที่เคยใช้พูดสั่งสอนลูกศิษย์ที่เป็นแบบอย่างเยาวชนให้กับคนรุ่นหลัง    นอกจากนั้นยังมีรูปปั้นของ 2 นักร้องและผู้แต่งบทเพลง “Koi-no-Machi Sapporo(ซัปโปโร เมืองแห่งความรัก)” ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2515 ซึ่งผู้ที่ร้องเพลงนี้คือ “ยูจิโร่ อิชิฮาร่า (Yojiro Ishihara)” ผู้แต่งคือ “คุระโนะสุเกะ ฮามากูชิ) (Kuranosuke Hamaguchi)” ด้านล่างรูปปั้นมีทั้งโน้ตเพลงและคำร้องแสดงเอาไว้ด้วย บริเวณไม่ไกลจากที่นี่มีรอยประทับฝ่ามือบรรดาเหล่าซุปเปอร์สตาร์นักเบสบอลทั้ง 28 คนของทีมเบสบอล “ฮอกไกโด นิปปอน แฮม ไฟล์ทเตอร์”(Hokkaido Nippon Ham Fighters) ซึ่งเป็นทีมเบสบอลเจ้าถิ่น ซึ่งแต่ละฝ่ามือมีชื่อสลักไว้ด้วย

               เมืองโอตารุ  เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองซัปโปโรมาทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 140,000 คน ใจกลางเมืองมีขนาดกะทัดรัดสามารถเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบาย มีคลองโอตารุ เป็นคลองเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันแสนคลาสสิคที่อยู่คู่กับโกดังท่าเรือ อดีตโอตารุเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญแต่การพัฒนาเมืองกลับช้ากว่าเพราะความเจริญ หลั่งไหลไปทางเมืองซัปโปโรมากกว่า ทำให้เมืองโอตารุเป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน คุณสามารถเดินทางจากเมืองซัปโปโรมาโอตารุได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น คลองโอตารุ หรือ โอตารุอุนงะ สัญลักษณ์ของเมืองโอตารุมีความยาว 1.5 กิโลเมตร ที่เมื่อนักท่องเที่ยวเดินมาเยืนแล้วจะต้องถ่ายภาพเอาไว้เป็นที่ระลึกมากที่สุด
จากคลองโอตารุเดินเข้ามาในเมืองที่ถนนซาไกมาจิ (Sakai-Machi) สองข้างถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกในตึกแถวโบราณ แต่จะพิเศษโดยเฉพาะร้านขายเครื่องแก้วที่จะมีมากเป็นพิเศษซึ่ง
จะมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแก้วให้เลือกซื้อมากมายหลายแบบนับไม่ถ้วน
ทั้งแก้วที่เป่าให้เป็นรูปสัวต์นานาชนิด แก้วน้ำ แจกัน พวงกุญแจ
เดินทางออกไปอีกไม่ไกลเท่าไหร่จะพบกับพิพิธภัณฑ์กล่อง
ดนตรีที่มีชื่อว่า Otaru Orgel Emporium และมีร้านค้าอยู่ 2
ร้านที่จำหน่ายกล่องดนตรีแต่นอกจากกล่องดนตรีที่ประดิษฐ์
์เสร็จเรียบร้อยแล้วยังมีแบบที่เราสามารถประดิษฐ์เองได้คือ
เลือกกล่อง เลือกตุ๊กตา และสามารถเลือกเพลงได้ตามใจชอบ ราคาของสินค้าก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักพันเยนไปจนถึงหมื่นเยน
คุณสามารถเลือกได้ตามใจคุณ
 

                  เมืองซัปโปโร นอกจากเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวแล้วสิ่งที่เป็นเสน่ห์อีกอย่างของเมืองซัปโปโรที่คอยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือน เทศกาลหิมะของซัปโปโร เป็นงานเทศกาลระดับโลกไปแล้วและเป็นเทศกาลที่เป็นหน้าเป็นตาของเมืองซัปโปโร ซึ่งนานาประเทศต่างพากันเข้าร่วมงาน ปัจจุบันมีการจัดงานขึ้นด้วยกัน 3 โซนคือ บริเวณสวนโอโดริ กับ ซูซูกิโนะ ที่อยู่ในตัวเมืองไปชมกันได้ง่าย ๆ อีกแห่งหนึ่งจัดที่ ซาโต้แลนด์ (Sato Rando) ซึ่งเป็นสวนสนุกตั้งอยู่นอกเมืองซัปโปโร ไปทางสนามบินนิวชิโตเสะ แต่พอหมดฤดูหนาวที่หิมะและเข้าฤดูใบไม้ผลิช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม จะมีอีกหนึ่งเทศกาลที่จะมาสร้างความสุขให้กับญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่ฮอกไกโด ญี่ปุ่นแห่งนี้ เทศกาลชมดอกซากุระบาน ตามวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีเทศกาลชมดอกไม้ ที่เรียกว่า ฮานามิ (Hanami) ที่หมายถึง การชมดอกไม้(ไม่ได้ระบุว่าดอกไม้ชนิดไหน) แต่คนญี่ปุ่นมักจะนิยมชมดอกซากุระมากกว่า จนกลายเป็นเทศกาลดอกซากุระบาน ซึ่งจะบานแค่ปีละครั้งเท่านั้นและตั้งแต่เริ่มออกดอกจนบานสะพรั่งแค่เพียง 7 วันเท่านั้น และในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระบาน คนญี่ปุ่นนิยมใช้โอกาสนี้ออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือไปพักผ่อนแบบครอบครัวภายใต้บรรยากาศของดอกซากุระบานสะพรั่ง

                 ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการชมดอกซากุระบาน จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงพฤษภาคมของทุกปี โดยมีอยู่ทั่วญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่ตอนใต้ทางจังหวัดโอกินาวาไปถึงตอนเหนืออย่าง เกาะฮอกไกโด แต่จะไม่บานพร้อมกันทั้งประเทศ ดอกซากุระจะบานสวยสะพรั่งในช่วงเวลาที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป บรรยากาศที่คาบเกี่ยวระหว่างฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยอย่างพายุ ฝนตกหนัก หรือลมกระโชกแรก จะส่งผลต่อระยะเวลาบานของดอกซากุระที่จะลดลง แต่เนื่องด้วยลักษณะภูมิประเทศของญี่ปุ่นวางตัวในลักษณะแนวตั้งทำให้ฤดูกาลของญี่ปุ่นจากฤดูหนาวเข้าฤดูร้อน โดยจะเริ่มที่ส่วนล่างของประเทศก่อนโดยเริ่มจากหมู่เกาะโอกินาวา ที่จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม เรื่อยมาจนถึงโอซาก้า เกียวโต นาโงยา โตเกียว และจะบานเป็นที่สุดท้ายคือ ฮอกไกโด ราวเดือนพฤษภาคม

                 แนะนำสถานที่ในการชมดอกซากุระ (ญี่ปุ่น)
- เมืองโตเกียว (Tokyo) จะเป็นตามสวนสาธารณะต่างๆ สวนสาธารณะอุเอะโนะ(Ueno Park) สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน(Shinjuku Gyoen)   ชิโดริกาฟุจิ(Chidorigafuchi) สวนสาธารณะสุมิดะ (Sumida Park) สุสานโอยามะ (Aoyama Cemetery) สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ (Koishikawa Botanical Garden) สวนสาธารณะอิโนคาชิระ(Inokashira Park)
- เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) สวนสาธารณะคามอนยาม่า(Kamonyama Park) สวนซังเคเอ็น (SAnkeien)
- เมืองคามาคุระ (Kamakura) ดันคาสุระ(Dankazura)
- เมืองนาโงย่า (Nagoya) ปราสาทนาโงย่า (Nagoya Castle)
- เมืองเกียวโต (Kyoto) สวนสาธารณะมารุยาม่า (Maruyama Park) เส้นทางนักปราชญ์(Philosopher’s Trail) ศาลเจ้าเฮอัน(Heian Shrine) อาราชิยาม่า(Arashiyama) ริมแม่น้ำกาโม่(Kamogawa) วัดไดโกจิ(Daigoji) ศาลเจ้าฮิราโน่(Hirano Shrine) คลองโอคาซากิ(Okazaki Canal)
- เมืองฮิเมจิ (Himeji) ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)
- เมืองอาโอโมริ (Aomori) ปราสาทฮิโรซากิ(Hirosaki Castle
นอกจากความประทับที่คุณจะได้จากการสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองซัปโปโรที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแล้วนั้น เสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างความเป็นโลกตะวันตกของเมืองกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่นแบบโลกตะวันออกอย่างลงตัว คุณจะเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของเมืองที่อบอวนไปด้วยซากุระที่กำลังแย่งกันบาน เมืองซัปโปโรจะเป็นอีกเมืองที่สร้างความประทับให้กับคุณ