หน้าแรก>>Travel Guide
|
|
||||||
| 29-01-09 สุวรรณภูมิ - จาร์กาต้า | ||||||
|
เกิดอาการมึนเล็กน้อยสำหรับกรุ๊ปนี้ จำวันเดินทางผิดตอนแรกคิดว่าเดินทางคืนวันศุกร์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นวันพฤหัสบดี โชคดีที่เตรียมของต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่เกิดอาการสะอึกแต่อย่างใด จะติดก็อยู่แต่สภาพจิตใจที่ยังไม่พร้อม เกิดอาการเซ็งต่อเนื่องจากกรุ๊ปที่แล้ว ไปออกทัวร์แต่ยังไม่ได้เบี้ยเลี้ยง (ของอีกบริษัท) ลูกทัวร์มาครบก่อนกำหนดตามเคย มองไปรอบ ๆ มีกรุ๊ปอื่นเดินทางด้วยอีก 2 กรุ๊ป ก็ดี แบบนี้จะได้ไม่เหงา ไม่นานมากนัก เราก็ได้เข้าอยู่ตรงหน้าประตูขึ้น เดินไกลอีกเหมือนเดิม สังเกตจากจำนวนคน งานนี้คงไม่ได้ตีตั๋วนอนยาวแน่ แล้วก็เป็นดังคาด คนเต็มลำ จะว่างก็แค่ เบาะหน้าสุด ชั้นธุรกิจ ตูดไม่มีบุญ เลยต้องมานั่งจับเจ่าอยู่ทางด้านหลัง ว่าจะนอนให้สบาย ลูกทัวร์อีกกรุ๊ปหนึ่งที่นั่งข้าง ก็นอนกรน กล่อมตลอดการเดินทาง
เวรกรรมจริง ๆ - -* |
||||||
| 30-01-09 จาการ์ต้า - ยอร์คยาการ์ต้า - วัดบรัมบานัน - บุโรพุทธโธ | ||||||
|
หลับ ๆ ตื่น ๆ
3 ชั่วโมงครึ่ง ก็ผ่านไป
จากเครื่องบินลงมาก็ให้สมาชิกได้แวะเข้าห้องน้ำกันก่อน เวลามีเยอะ
แล้วก็ต้องพาลูกค้า ที่มี passport USA.
ไปทำวีซ่า
ส่วนของพี่ไทยนั้นไม่ต้อง ได้รับการยกเว้น ก็เป็นความรู้ใหม่สำหรับวีซ่านักท่องเที่ยว
7 วัน เสียค่าธรรมเนียม 10 USD 30 วัน 25 USD วิธี การก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายค่าธรรมเนียมที่ช่องแรก แล้วเอาใบเสร็จไปยื่นที่ช่องสอง ให้เค้าปั้ม เท่านี้ก็เรียบร้อย พ้นจากด่านตรวจคนเข้าเมือง เราก็ต้องมายุ่ง ยากกันเล็กน้อย เนื่องจากกระเป๋าเดินทางไม่ได้เช็คตรงไปที่ยอร์คยาการ์ต้า ต้องมาทำการเช็คใหม่อีกรอบ โดยการที่รับกระเป๋า จากสายพานรับกระเป๋า แล้วก็ลากถัดมาอีกสองสายพาน ตรงนั้นจะมีเจ้าหน้ายืนรอเช็คกระเป๋าอยู่ เมื่อนับกันเรียบร้อย ก็จะมีเจ้าหน้าที่นำขึ้นไปยังด้านบน ส่งจนถึงหน้าประตูขึ้น เครื่อง เหมือนจะบริการประทับใจ แต่ทุกอย่างจะต้องมีทิป ตั้งแต่เช็คกระเป๋า ยันคนนำทาง ก็ไม่เป็นไร ธรรมเนียมของอินโด หรือที่ไหนก็เหมือนกัน เมื่อมี การบริการก็ต้องมีสินน้ำใจ คิดซะว่าเป็นการกระจายรายได้ |
||||||
|
||||||
|
||||||
![]() |
||||||
|
ยามบ่ายเราก็มาลุยกันต่อที่บุโรพุทโธ ศาสนสถานที่ใหญ่เป็นอันดับสองโลกของศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน รองจากนครวัด ประเทศกัมพูชา บุโรพุทโธสร้างขึ้นจากหินภูเขาไฟ หรือที่เรียกว่า หินอัคนี ณ ปัจจุบันศาสนสถานแห่งนี้ ได้กลายเป็นเพียงโบราณสถานแห่งหนึ่งของ อินโดนีเซียไปแล้ว เนื่องจากศาสนาพุทธในอินโดนีเซียมีน้อยมาก แต่เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนา อย่างเช่นวันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั่วโลก ก็จะ มาร่วมประกอบพิธีกรรมกันที่นี่ บ่ายนี้พวกเราโชคดีทีเดียว เมื่อเรามาถึงได้เก็บภาพประทับใจอย่างอิ่มหนำ ฝนถึงค่อยเทลงมา แต่ก็ตกมาแค่ครู่เดียว ไม่ ได้สร้างความวุ่นวายให้กับพวกเรามากนัก จากบุโรพุทโธ เราก็กลับมาในเมือง เพื่อรับประทานอาหารเย็น แล้วรีบเข้าโรงแรม คืนนี้หลับเป็นตายแน่ อิอิ |
||||||
|
31-01-09 วังสุลต่าน - บาหลี - วิหารทะนาล๊อต |
||||||
|
เช้านี้บรรยากาศขมุกขมัวตั้งแต่เช้ารุ่ง คาดว่าคงหนีมิพ้นจากเม็ดฝนเป็นแน่ เราเหลือโปรแกรมที่ยอกยาอีกแค่สองรายการคือ วังสุลต่าน และวังน้ำพุ (Water Palace) ฝนเริ่มตกตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงแรม แต่ก็ไม่หนักมาก เมื่อเรามาถึงวังสุลต่าน ฝนก็ยังคงตกอยู่ ภายในวังก็จะมีไกด์วัง ซึ่ง อายุก็คงใกล้เคียงพอกับวังเลย ในที่นี้ขอเรียกว่าคุณปู่แล้วกัน คุณปู่นำทางพวกเราเข้าสู่วัง นำชมในส่วนต่าง ๆ แกบอกว่า วังแบ่งออกเป็นทั้งหมด 7 ส่วน ด้วยกัน แต่ที่พวกเราจะได้ชมกันก็เป็นส่วนที่ 2 หรือพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งเป็นห้องทรงงานของสุลต่าน และเรือนรับรอง พร้อมห้องจัดแสดงข้าวของ เครื่องใช้ และบรรดา เครื่องบรรณาการจากประเทศต่าง ๆ คุณปู่ดูจะชื่นชอบองค์สุลต่านที่ 9 เป็นอย่างมากชมให้พวกเราฟังตลอด ว่าพระองค์ เป็นสุลต่าน ที่มีความสามารถ ทรงไปเสด็จไปศึกษาอยู่ที่เนเธอแลนด์ถึง 9 ปี ทรงปรีชาในหลาย ๆ ด้าน องค์สุลต่านปัจจุบันคือองค์ที่ 10 ตอนนี้อินโดนีเซีย ได้เปลี่ยน การปกครองเป็นระบบประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสุลต่านจึงถูกลดบทบาทลง แต่ก็ยังได้รับความสำคัญจากผู้คนในยอกยา |
||||||
![]() |
||||||
|
ไม่ไกลกันนักจากวังสุลต่าน ก็เป็นวังน้ำพุ ซึ่งไม่ขนาดใหญ่ไม่มาก ไว้ใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนขององค์สุลต่านและครอบครัว ภายในก็จะ ประกอบไปด้วยสระน้ำ ซึ่งแบ่งแยกเป็นของมเหสี และของลูก ๆ ส่วนของสุลต่านจะอยู่อีกทางฟากหนึ่ง น่าเสียดายที่ฝนตกตลอด ทำให้การนำชมค่อน ข้างจะไม่สะดวก เราอยู่ที่นั่นกันไม่นาน ก็แวบมาดูเสื้อปาเต๊ะ พร้อมหาอะไรลองท้องก่อนขึ้นเครื่องนิดหน่อย |
||||||
![]() |
||||||
|
ยังเหลือเวลาอีกพอสมควรที่จะไปแอร์พอร์ต เราก็มาแวะกันที่ร้านผ้าบาติค ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเมืองยอกยา ก็ถูกใจได้ของติดไม้ติดมือ กันไปหลายคน แต่ที่เห็นถูกใจกันมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นรถขายก๋วยเตี๋ยวพื้นเมือง หรือที่เรียกว่าโซโต้ อายัม สนนราคาก็ไม่แพงเลย 5,000 รูเปีย คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 15 บาท จะแปลกกว่า ตรงที่มีข้าวใส่ลงไปกับก๋วยเตี๋ยวด้วย แต่ถ้าไม่ใส่ข้าวก็ไม่ผิดกติกา ซึ่งทุกคนเลือกที่จะไม่ใส่ เครื่องปรุง ก็จะมีเพียงพริกดอก และซีอิ้วหวาน แต่รสชาติกลมกล่อมได้ใจ |
||||||
![]() |
||||||
| 11 โมงเศษ ๆ เราก็มาถึงสนามบิน เพื่อบินต่อไปยังบาหลี ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมงนิด ๆ เมื่อเรามาถึงบาหลี ก็ต้องทำการปรับเวลา กันก่อนเพราะเวลาที่บาหลีจะไวกว่าอีก 1 ชั่วโมง ประเทศอินโดนีเซียนอกจากจะมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องเวลา ก็เหมือนกัน ถ้าไปถึงเกาะบอร์เนียว ที่นั่นเวลาก็จะต้อง + 2 ชั่วโมง | ||||||
|
||||||
|
|
||||||
| 01-02-09 ระบำบารอง - ภูเขาไฟบาตูร - วัดตัมปักซิรี - ตลาดปราบเซียน | ||||||
|
||||||
|
|
||||||
|
||||||
|
|
||||||
| ช่วงบ่ายคือรายการที่ทุกคนรอคอย กับตลาดปราบเซียน แต่ก่อนจะถึงตลาดปราบเซียนนั้น เราจะต้องเข้าไปที่วัดตัมปักซิรี กันก่อน วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของบาหลี เนื่องจากมีนำพุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นน้ำพุที่ผุดขึ้นมาจากดิน แต่ไม่ร้อน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นน้ำพุที่พระอินทร์มา ทำไว้ ดังนั้นใครที่รู้สึกว่าตัวเองดวงไม่ดี หรือการงานไม่สะดวกราบรื่น ก็จะมาทำการอาบน้ำที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อก่อนจะแยกหญิง ชาย แต่ปัจจุบัน ก็ไม่ ได้มีการแยกแต่อย่างใด ใกล้ ๆ กับวัด ก็จะมีที่พำนักของประธานาธิบดีซูการ์โน ซึ่งท่านจะใช้ตอนที่ท่านมาทำพิธี ณ วัดแห่งนี้ ออกมาจากวัดเราก็มาลุยกันต่อที่ตลาดปราบเซียน เซียนต่อของเก่ง ๆ มาเจอแม่ค้าที่นี้ เป็นส่ายหน้ากันทุกราย ส่วนใหญ่เซียนจะอารมณ์เสีย ด้วยกลวิธีง่าย ๆ ทุกคนชอบของถูกดังนั้น แม่ค้าจึงตะโกนดักไว้ก่อนว่า 20 บาท เมื่อเราได้ยินกันปุ๊บก็จะหยุดกึกทันที แล้วเหมือนถูกมนต์สะกดต้องเดิน กลับไป แล้วเมื่อเข้าไปในร้านบอกตรง ๆ ครับว่ายากที่จะได้ออกมา แล้วที่บอกว่า 20 บาท จริง ๆ แล้วไม่ใช่เค้าจะบอกว่าถ้าเป็นเงินรูเปียให้เท่าไหร่ เมื่อได้ราคาของที่ต้องการแล้ว กลเม็ดของแม้ค้ายังไม่หมด ถ้าเราตกลงของได้ที่ราคา 15,000 รูเปีย แล้วให้แบงค์ 50,000 รูเปีย แม่ค้าจะยังไม่ทอน จะให้เราหาของต่อ เพื่อให้ได้ครบกับแบงค์ที่เราควักไป ยิ่งเป็นเงินจำนวนเราจะงงในการคำนวนกลับมาเป็นเงินบาท นี่คือที่มาของตลาดปราบเซียน แต่ ของที่นี่ต่อได้เยอะจริง ๆ ได้ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องดูสินค้าให้ดีก่อน ถ้าเราตรวจสินค้าเรียบร้อย และเตรียมแบงค์ย่อยไว้ซื้อของ เซียนอย่างเรา ก็จะไม่โดนปราบครับ | ||||||
| 02-02-09 วัดเม็งวี - อิสระ shopping ที่หาดคูต้า - สุวรรณภูมิ | ||||||
|
|
||||||
|
วันสุดท้ายของการเดินทาง ได้ตื่นสายกันนิดหน่อย ใจหายนิด ๆ วันนี้ต้องอำลาบาหลีกันแล้ว ลุยกันเลยดีกว่าที่แรกวัดเม็งวี เมื่อสมัยก่อน บริเวณเกาะบาหลีแห่งนี้แบ่งออกเป็นหลาย ๆ อาณาจักร และอาณาจักรเมงวีแห่งนี้เป็นอาณาจักรที่มีอิทธิพลมากที่สุด วัดเมงวีมีแม่น้ำล้อมรอบ เพื่อป้องกันพวกสัตว์ร้ายต่าง ๆ ที่จะเข้าไปทางด้านใน และเป็นวัดที่กษัตริย์ทรงสร้างขึ้น ภายในแบ่งออกเป็น 3 เขต เขตที่ 2 จะเป็นเขตหวงห้าม สตรีมีรอบเดือน จะไม่สามารถเข้าในบริเวณนี้ได้ ถือว่าเนื้อตัวไม่สะอาด เขตที่ 3 คือเขตในสุด จะเป็นส่วนที่ใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ แต่เนื่องจากเป็นวัดหลวง จึงปิดไว้ไม่ได้ ให้เข้าไปชมทางด้านใน ได้แต่เดินดูบริเวณรอบนอก
ช่วงบ่ายเป็นอิสระshopping ที่บริเวณหาดคูต้า ก็เป็นย่านคึกคักที่สุดของบาหลี ที่นั่นมีทั้งห้างสรรพสินค้า และร้านขายที่ระลึกที่อยู่ด้านนอก ใครที่ไม่อยากเดินตากแดด ก็สามารถหลบมาเดินภายในบริเวณห้างฯ ได้ เดินกันทั้งบ่ายเลย เมื่อยเลยหลบมารอลูกค้าที่ร้าน starbuck เมื่อได้เวลานัดหมาย ก็ออกเดินทางสู่แอร์พอร์ต เรากลับถึงกรุงเทพ เวลา 00.30 น. โดยสวัสดิภาพ เป็นอีกกรุ๊ปที่ประทับใจในการเดินทาง วันแรก ๆ สมาชิกยังต่างคนต่างอยู่ แต่พอผ่านไปวันที่ 2 ทุกคนเริ่มรู้จัก มีความเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศในการท่องเที่ยวดูอบอุ่น ได้รับความร่วมมือ เป็นอย่างดี ก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ทีดี และขอขอบคุณบริษัท ไดมอนด์ไชน์ ฮอลิเดย์ เพรชแท้แห่งการเดินทาง ที่คอยเกื้อหนุนให้ได้มีงานอยู่ตลอด สวัสดีครับ ^ ^ |
||||||

















