หน้าแรก>>Travel Guide
เที่ยวพม่า-3 หากพูดถึงชื่อพระเจดีย์ชเวมอดอร์ คนฟังหากจะยังคงงงกับชื่อนี้แต่หากเอ่ยถึงพระธาตุมุเตา
เที่ยวพม่า – พระธาตุมุเตา 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่าพระธาตุที่สูงที่สุด
หากพูดถึงชื่อพระเจดีย์ชเวมอดอร์ คนฟังหากจะยังคงงงกับชื่อนี้แต่หากเอ่ยถึงพระธาตุมุเตา ทุกท่านคงจะถึงบางอ้อกัน พระธาตุมุเตาเป็นพระธาตุที่สูงที่สุดของพม่าซึ่งมีความสูงถึง 114 เมตร ซึ่งเป็นต้นเหตุของชื่อพระธาตุมุเตา เพราะพระธาตุมุเตาสูงจนต้องแหงนหน้าจนเมื่อยคอ ถึงจะมองเห็นยอดพระธาตุ จึงเป็นเหตุให้แสงแดดที่แรงกล้าเผาจมูกจนแสบร้อน ซึ่งคำว่า จมูกร้อนในภาษามอญเรียกว่า "มุเตา"
พระธาตุมุเตาเป็นที่เลื่องลือและเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสแก่ชาวพม่าเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้พระธาตุมุเตายังมีตำนานกล่าวไว้ว่า พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของตองอู สมัยที่ยังมีพระพรรษาเพียง 14 พรรษา กล้าที่จะนำทัพบุกเข้าไปเมืองมอญ เพื่อทรงทำพิธีเจาะพระกรรณ (เจาะหู) ตามราชประเพณี ที่พระธาตุมุเตาซึ่งกว่าจะทำพิธีเสร็จก้อได้มีศัตรูส่งทหารมาปิดล้อมบริเวณที่ทำพิธีแต่ด้วยความกล้าของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ พระองค์ก็ได้นำกำลังทหารฝ่าวงล้อมกลังตองอูได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเมื่อครั้งพระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ ก็ได้ย้ายเมืองจากทองอูมาตั้ง ณ เมืองหงสาวดี ครั้นเมื่อสิ้นสมัยการปกครองของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ พระเจ้าบุเรงนองก็ได้ขึ้นครองเป็นกษัตริย์ของพม่าองค์ต่อไป ทางด้านพระเจ้าบุเรงนองเองก็มีความศรัทธาในองค์พระธาตุมุเตาอยู่แล้ว ท่านก็ได้ทรงแกะอัญมณีเม็ดใหญ่จากพระมงกุฎถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา พร้อมทั้งยังขยายบริเวณบริเวณกำแพงเมืองจากพระราชวังบุเรงนองให้ขยายไปถึงยังพระธาตุมุเตา เพื่อที่จะได้ทรงมองเห็นองค์พระธาตุมุเตาจากพระราชวังบุเรงนองได้อย่างชัดเจน และนอกจากนี้ก่อนที่พระราชวังบุเรงนองจะออกศึกออกรบแต่ละครั้งท่านก็จะไปกราบนมัสการ กราบขอพรจากพระธาตุมุเตาเพื่อที่จะให้ทำศึกได้รับชัยชนะกลับมาทุกครั้งไป
นอกจากชาวพม่าที่มีความศรัทธาเลื่อมใสต่อองค์พระธาตุแล้วทางด้านสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของคนไทยเองเมื่อตอนที่โดนจับตัวไปเป็นตัวประกันที่เมืองหงสาวดี ท่านก็ทรงเสด็จไปสักการะพระธาตุมุเตาอยู่เป็นประจำ
ด้วยความเลื่อมใสและศรัทธาต่อองค์พระธาตุของชาวพม่าจึงทำให้ชาวพม่าไปกราบไหว้ต่อองค์พระธาตุมุเตาอย่างไม่ขาดสายและสิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2473 จึงทำให้ยอดของพระธาตุมุเตาหักพังลงมาแต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากคือ เมื่อยอดพระธาตุหักลงมาแต่องค์พระธาตุไม่หักลงถึงพื้น จึงเป็นความเชื่อของประชาชนทั้งชาวพม่าและชาวไทยว่าหากใครได้ไปกราบไหว้องค์พระธาตุแล้วได้เอาไม้ไปค้ำไว้กับยอดพระธาตุที่หักลงมาแล้วเอาหน้าผากไปแตะกับยอดองค์พระธาตุที่หักลงมาจะทำให้ชีวิตของคนคนนั้นไม่ว่าจะถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำยังไงเราก็ยังไม่ตกต่ำถึงที่สุดก็เปรียบเหมือนยอดพระธาตุที่ต่อให้ตกยังไงก็ตกไม่ถึงพื้นและทำให้ชีวิตของคนนั้นมีความมั่นคงถาวร
ยอดขององค์พระธาตุมุเตาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2497 และยอดของพระธาตุที่หักลงมาตั้งอยู่บริเวณลานทางทิศเหนือของพระธาตุองค์ใหม่ซึ่งสถานตรงนี้เองได้กลายเป็นสถานที่อธิษฐานขอพร
ปัจจุบันพระธาตุมุเตาได้กลายเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่าที่มีผู้คนทั้งคนพม่าและคนไทยได้ไปกราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจได้เป็นอย่างดีด้วยปัจจุบันที่ประเทศกำลังเป็นแบบนี้เลยทำให้คนไทยส่วนใหญ่อยากที่จะเดินทางไปพม่ากันอย่างมากมาย และเชื่อแน่ๆว่าหากเราเดินทางไปพม่านอกจากจะได้เห็นในส่วนของความสวยงามขององค์พระธาตุแล้วยังได้เห็นความสวยงามทางด้านจิตใจของคนพม่าอีกด้วยเพราะคนพม่าส่วนใหญ่แล้วยามว่างจากการทำงานเค้าก็จะไปนั่งสมาธิยังวัดต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ตัวคนเดินทางเองเห็นแล้วอดทีจะประทับใจไม่ได้ เพราะหากเป็นเมืองไทยเองคนที่จะเข้าวัดนั่งสมาธินั้นต้องเป็นคนแก่วัยเกษียณ แต่ในทางกลับกันที่พม่าเรากลับมองเห็นทั้งวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่นั่งสมาธิกันอยู่ทุกมุมที่สงบภายในวัด
ข้อมูลจากหนังสือ "พม่า" ในชุด "หน้าต่างสู่โลกกว้าง"
www.google.co.th
