E-Travel

หน้าแรก>>Travel Guide



เที่ยวสายไหม...ขี่อูฐท่องทะเลทราย

เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาแบ่งปันกัน...ในทริปเส้นทางสายแพรไหม

* การเดินทางท่องเที่ยวก็เหมือนกับให้รางวัลชีวิตแด่เรา ทำงานเก็บเงินแล้วไม่ได้ออกไปท่องเที่ยวเสียดายนะครับเติมเต็มให้กับชีวิตหาประสบการณ์จากการท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ที่ตัวเองชอบ "ไชโย" เส้นทางสายไหมก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าศึกษามีประวัติความเป็นมากว่า 1,600 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นของประเทศจีน

* วันแรกของการเดินทางก็พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ นัดเวลา 9 โมงเช้า ก็มาพร้อมเพรียงกันตามเวลานัดทุกคน สมาชิกร่วมเดินทางไปด้วยในคณะมีจำนวน 20 ท่าน ซึ่งหัวหน้าทัวร์และพนักงานที่ส่งทัวร์ช่วยพวกเราจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยพวกเราไม่ต้องทำอะไร ถ้าหากเราเดินทางเองที่ไม่มีหัวหน้าทัวร์ดูแลเราก็ต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่างเลย เช่น โหลดกระเป๋า, กรอกเอกสารเข้า-ออก เมือง

* เมื่อพร้อมเพรียงกันแล้วหัวหน้าทัวร์ก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมและแนะนำการเดินทางแก่คณะเรา บางท่านไม่พร้อมเรื่องอาหารการกินหรืออาจรสชาติไม่ถูกปากกับสถานที่ที่ไปท่องเที่ยวก็แจ้งให้ซื้อเพิ่มเติมได้ที่สนามบิน

* เหิรฟ้าสู่กวางเจา เที่ยวบิน CZ 358 เครื่องออกเวลา 11.55 น. จะบินเข้ากวางเจาก่อนเพื่อพักผ่อนออมแรงไว้ก่อนสำหรับวันแรก เมื่อฟ้างสางวันใหม่ก็เหิรฟ้าสู่หลันโจว เที่ยวบิน CZ 3025 เที่ยวบินออกเวลา 08.35 น. และไฟว์บินตรงสู่เมืองหลันโจวจากกรุงเทพฯไม่มีเที่ยวบินตรงจึงต้องบินผ่านเมืองกวางเจาเพื่อต่อเครื่องไปยังเมืองนั้น ๆ เราใช้เวลาบินจากกวางเจาไปถึงเมือหลันโจวใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า

* หลันโจวเป็นจุดเริ่มต้นท่องเที่ยวของทริปนี้ สนามบินหลันโจวก็เป็นสนามบินใหม่ แต่ไม่ใหญ่เหมือนเมืองอื่นที่เป็นเมืองท่องเที่ยวครับแต่ก็สะอาด และหัวหน้าทัวร์ก็ได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมเดินทางในคณะเรา เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองออกมาแล้วก็มาพบกับไกด์ท้องถิ่นเป็นหญิงสาววัยน่ารัก

* เมื่อสมาชิกขึ้นรถนั่งประจำที่กันเป็นที่เรียบร้อยไกด์สาวสวยก็กล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ" กับคณะเราก็เป็นคำนี้คำเดียวเท่านั้นหลังจากนั้นก็เป็นภาษาจีนกลางล้วน ๆ เพื่อให้หัวหน้าทัวร์แปลให้สมาชิกในคณะรับฟัง

* หลันโจวเป็นเมืองเอกของมณฑลกานซู่และเป็นทางผ่านของเส้นทางสายไหมซึ่งมีจุดเริ่มต้นที่เมืองซีอานอยู่ในมณฑลส่านซี ซึ่ง 2 มณฑลนี้อยู่ติดกัน หลันโจวตั้งอยู่บนที่ราบ "ดินเหลือง" มีแม่น้ำเหลือง "หวงเหอ" ไหลผ่านซึ่งคนไทยรู้จักกันในนามของแม่น้ำวิปโยคแต่ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมแล้ว แต่น้ำที่ไหลผ่านก็จะเป็นน้ำสีเหลืองตลอด เราใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าเดินทางสู่เมืองจากนั้นก็นำท่านไปทานอาหารเที่ยง ในคณะบางท่านก็ถามหาน้ำแข็งปรากฎไกด์ท้องถิ่นบอกว่าน้ำแข็งเป็นของหายากเพราะคนจีนไม่นิยมน้ำแข็งกันดื่มแต่น้ำชาเป็นหลัก ก็เป็นอันว่าเข้าใจกัน มีก็ขอไม่มีก็ดื่มชาเพื่อสุขภาพ

* บ่ายนี้คณะเราก็ได้เดินชมกังหันโบราณที่ชาวเมืองหลันโจวเคยใช้กันตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งต้นกำเนิดของของกังหันน้ำนี้ได้นำมาจากยูนานไกด์เล่าให้ฟัง ปัจจุบันก็ยังใช้วิดน้ำอยู่

* เที่ยวต่อกันเลย แม่น้ำเหลือง "หวงเหอหมู่ชิง" แม่น้ำสายนี้ก็ใช้หล่อเลี้ยงชาวจีนหลายล้านคนต้นกำเนิดของแม่น้ำสายนี้อยู่แถบมณฑลชิงไห่ ไหลผ่านหลายมณฑลรวมผ่านใจกลางมณฑลหลันโจวด้วย และสะพานแรกของแม่น้ำเหลือง "หวางเหอตี้ยี่เชียว" ออกแบบโดยวิศวะกรชาวเยอรมัน

*

Q