หน้าแรก>>Travel Guide
เที่ยวสิงคโปร์-รู้จักกับสิงคโปร์ก่อนลุยจริง
รู้เขารู้เรา ไปร้อยครั้งก็สนุกร้อยครั้งที่สิงคโปร์
สิงคโปร์ (Singapore)สาธารณรัฐสิงคโปร์ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่ เป็นเกาะใหญ่ พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 640 ตารางกิโลเมตร และมีเกาะเล็กอีกประมาณ 60 เกาะ โดยมีเกาะ Palau Tekong, Pulau Ubin Sentosa, Pulau Bukum, Pulau Merlimau และ Pulau Ayer Chawan เป็นเกาะที่มี ความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ความแปลกใหม่กำลังเกิดขึ้นอีกเร็วๆ นี้ คือ โครงการ “Marina Bay Sands” บริเวณ Marina Bay ให้เป็นแหล่งบันเทิงระดับโลก มีโรงละครขนาดใหญ่กว่า 2,000 ที่นั่ง ร้านแบรนด์เนม ภัตตาคารหรูและร้านอาหารลอยน้ำ “กาสิโน” เป็นก้าวสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นที่นี่โดยเฉพาะชาวต่างชาติเข้าไปเที่ยวได้ฟรี เพียงโชว์หนังสือเดินทาง แต่ถ้าคนภายในประเทศจะเข้าไปต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 1,000 ดอลลาร์ สิงคโปร์ได้วางแผนไว้จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงภายใน 10 ปี รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดสรรงบประมาณในมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ใน 10 ปีข้างหน้า (Tourism Master Plan 2015) เพื่อ ให้สิงคโปร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจาก 8 ล้านคน ในปี 2547 เป็น 17 ล้านคนในปี 2558 และรายได้จาก 10 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์เป็น 30 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์
|
ข้อมูลจำเพาะ
เวลาเวลาของสิงคโปร์เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง (GMT +8.00) ไฟฟ้าสำหรับกระแสไฟทางสิงคโปร์ใช้เหมือนบ้านเราคือ 220 โวลต์ แต่ความแตกต่างนั้นคือ สิงคโปร์ใช้เต้าเสียบแบบ 3 ขา (บ้านเราใช้ 2 ขา) ฉะนั้นอย่าลืมว่า ต้องนำปลั๊กต่อไปด้วย สกุลเงินตราหน่วยเงินตราของสิงคโปร์คือ ดอลลาร์ (Singapore Dollar) โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆ ออกเป็นดังนี้ ธนบัตรมูลค่า S$2, S$5, S$10, S$20, S$50, S$100, S$500, S$1,000 และ S$10,000 เงินเหรียญมีตั้งแต่ 1, 5, 10, 20 และ 50 เซนต์ รวมถึง S$1 กฎหมายสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานในเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ประชากรมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูง เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฎหมายลงโทษร้ายแรง คือ การประหารชีวิต หรือโทษจำคุกระยะยาว เช่น ที่สิงคโปร์นั้น ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนปรับถึง S$1,000 การทิ้งเศษขยะลงพื้น ฝ่าฝืนครั้งแรกถูกปรับ S$1,000 ครั้งต่อไป S$2,000 และต้องทำความสะอาดในที่สาธารณะด้วย กฎหมายนี้รวมถึงการห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ และห้ามเคี้ยวหมากฝรั่งด้วยดังนั้น ไม่ควรนำหมากฝรั่งไปที่สิงคโปร์ การเสพหรือจำหน่ายยาเสพติดในประเทศสิงคโปร์นั้นมีความผิดขั้นร้ายแรงถึงประหารชีวิต |
สถานที่ท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมักอยู่ในตอนกลาง ได้แก่ พื้นที่บริเวณ Marina Bay, ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมอร์ไลออน (Merlion) , อาคารโรงละคร Esplanade ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่, สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำ บริเวณพื้นที่ริมน้ำ ได้แก่ Clarke Quay, Boat Quay, ย่านไชน่าทาวน์ (China Town) , ย่าน Little India, ย่านช้อปปิ้ง บนถนน Orchard ส่วนบริเวณเมืองรอบนอกนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่โดยรอบ สามารถเข้าถึงได้โดยรถไฟ MRT และ รถประจำทาง ได้แก่ เกาะเซนโตซา (Sentosa Island) บริเวณ Harbour Front, สวนสัตว์กลางคืน (Night Safari) , สวนนกจูร่ง (Jurong Birdpark) เป็นต้น
MERLION สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ตัวสิงโตทะเล หรือที่รู้จักในชื่อของ Merlion นี้ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว โดยล่าสุดจากผลสำรวจ ของคณะกรรมการท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์ ได้สำรวจออกมาพบว่า มีนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคน ที่เดินทางเข้ามาในประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้ามาชมชมรูปปั้นดังกล่าว โดยรูปปั้นมีลักษณะหัวเป็นสิงโต แต่ตัวเป็นปลา มีความสูงประมาณ 8.6 เมตร น้ำหนัก 70 ตัน ทำมาจากซีเมนต์
เกาะเซ็นโตซ่าเกาะเซ็นโตซ่าถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันเกาะแห่งนี้ ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ ที่ใครต่อใครต้องแวะไปเมื่อไปเยือนสิงคโปร์ แต่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ก็คือบริเวณ Asian Village ซึ่งภายในหมู่บ้าน เอเชียน แห่งนี้ จะประกอบด้วยหมู่บ้าน 3 แบบ ตั้งห่างจาก กันอยู่บริเวณชายหาด โดยมีรูปแบบด้าน สถาปัตยกรรมที่มาจากแหล่งต่างๆ ในแถบเอเชีย
เกาะ Kusuเป็นสถานที่พักผ่อนและสถานที่เคารพสักการะ เกาะ Kusu นี้ได้รับสมญานามว่า เกาะเต่า เนื่องจากมีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีเต่ายักษ์ได้กลายร่างเป็นเกาะเพื่อช่วยเหลือชาวเรือจีนและมาเลย์สองคน ให้รอดชีวิตจากเรือที่อับปางลง
เกาะ Pulau Ubinมีลักษณะคล้ายกับบูมเมอแรง บนเกาะมีเนินเขาวางทอดยาว ที่กลายเป็นเสน่ห์ที่พบได้ในเกาะแห่งนี้ ขณะที่บนชายฝั่ง มีสวนสาธารณะ ที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว สภาพแวดล้อมของเกาะแห่งนี้ ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างน่าทึ่ง ผสมผสานกับความสะดวกสบาย ท่ามกลางสวนมะพร้าวและสวนยาง รวมไปถึงฟาร์มเลี้ยงกุ้งและปลาแบบชาวเกาะ
สวนสาธารณะ Haw Par Villa Dragon Worldตั้งอยู่บนถนน Pasir Panjang ในปี ค.ศ. 1990 สวนแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงจนได้รับการกล่าวขานว่า เป็นสวนสาธารณะที่จัด แสดงเรื่องราวและตำนานของเทพเจ้าจีน ที่มีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีเป็นแห่งแรกของโลก ที่สวนแห่งนี้ ยังมีรูปปั้น Laughing Buddha ที่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศสิงคโปร์
สวนนกจูร่งเป็นสวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รวบรวมนกชนิดต่างๆ ไว้มากมายกว่า 8,000 ตัว 600 สายพันธุ์ แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ โดยเป็นการจำลองบรรยากาศตามถิ่นกำเนิดของนกแต่ละชนิดด้วย เช่น Pelican Cove (นกพีรีแกน), Parot Paradise (สวนนกแก้ว), Lory Loft (กรงนกโนรีใหญ่), Penguin Expedition (การให้อาหารนกเพนกวิน) โดยสวนนกจูล่งแห่งนี้เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสวนนกชั้นนำ ในภูมิภาคและยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธ์สัตว์ปีกอีกด้วย เชื่อหรือไม่ว่าสวนนกแห่งนี้มีนักท่องเที่ยว เข้าชมปีละกว่าล้านคน ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว
รูปปั้น เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลเซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล คือ ผู้ที่ค้นพบสิงคโปร์เป็นคนแรก โดยชาวสิงคโปร์ได้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก โดยอนุสาวรีย์จะตั้งอยู่หน้าโรงละคร Victoria ขณะที่รูปปั้น ซึ่งทำมาจากทองสัมฤทธิ์ จะยืนหันหน้าไปทาง ด้านเหนือของ Boat Quay ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดที่เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล ได้ขึ้นมาบนฝั่งเป็นครั้งแรก เทศกาลสำคัญเนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีประชากรมาจากหลากหลายเชื้อชาติทั้ง จีน มาเลย์ ฮินดู ดังนั้น เทศกาลต่างๆ ในสิงคโปร์จึงมีมากมายหลายเทศกาล นับตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนในช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ โดยจะมีการแสดงเต้นรำของมังกร การเดินขบวนพาเหรดต่างๆ และมีการจุดพลุในยามค่ำคืน บริเวณย่านไชน่า ทาวน์ ขณะที่ในช่วงเดือนรามาดอน เทศกาลสำคัญของชาวมุสลิม จะมีการตั้งร้านขายอาหารบริเวณ ถนนอาหรับ ใกล้กับมัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque) ในยามค่ำคืน และในช่วงสามวันสุดท้ายของเทศกาลรามาดอน จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เรียกว่า Hari Raya Puasa ขณะที่ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม จะเป็นช่วงงานเทศกาลวิสาขบูชา ซึ่งจะมีการจัดงานเพื่อเป็นการแสดงความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า และในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะมีการจัดเทศกาล Dragon Boat Festival ซึ่งเป็นที่ระลึกต่อนักบุญชาวจีนที่โดดน้ำตาย ต่อต้านการคอรัปชั่นของรัฐบาล โดยในเทศกาลดังกล่าวจะมีการจัดแข่งขันเรือข้ามอ่าวมารีน่า ขณะที่งานเทศกาล Hungry Ghosts จะมีการจัดงานในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งในงานดังกล่าวเชื่อกันว่าจะเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณ ของคนตายเพื่อให้มาเฉลิมฉลองบนพื้นโลก โดยจะมีการจัดแสดงงิ้ว และอาหารมากมายให้ดวงวิญญาณเหล่านั้น
|









