หน้าแรก>>Travel Guide
เรียงร้อย..เรื่องราว..เกาหลี-เส้นทางนี้แสนโรแมนติก
การได้เดินทางท่องเที่ยวหรือการได้พบปะสิ่งใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากมุมที่เราได้เคยสัมผัสเปรียบเหมือนกับการได้กำไรชีวิตคุณเชื่อเรื่องนี้เหมือนฉันไหมคะ
เมื่อประมาณ สองปีที่แล้ว ฉันได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ไปเยือนเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมือง ที่มีกลิ่นอายของปารีสตะวันออก ยอมรับว่าครั้งนั้นฉันได้ประสบการณ์ต่างๆที่หาไม่ได้จากบ้านเรา ได้พบเจอกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง และตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งแล้วที่ฉันมีโอกาสได้เดินทางไปเยือนสถานที่ๆเปรียบได้ว่าเป็นประเทศที่แม้ว่าได้รับอิทธิพล จากต่างชาติแต่ว่าคนในประเทศยังคงรักษาศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี และประเทศที่ฉันพูดถึงนี้คือ “ประเทศเกาหลี”
คืนของวันที่ 20 ตุลาคม ฉันได้มีโอกาสได้ตามคณะไปดูงานที่ประเทศเกาหลี หลังจากที่พบปะกับลูกค้าเป็นที่เรียบร้อย เราก็ได้ออกเดินทางไปยังประเทศเกาหลี เที่ยวบินที่ OZ7424 หลังจากขึ้นนั่งบนเครื่องเป็นที่เรียบร้อย ได้พบปะกับแอร์โฮสเตส สาวสวยคอยให้การบริการบนเครื่องเป็นอย่างดี ถึงเช้าวันที่ 21 ตุลาคม .. ในที่สุดฉันก็ได้มาเยือนที่ประเทศเกาหลี เกาหลีเป็นเกาะๆ หนึ่ง เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ จะเป็นทะเลชายหาดจะค่อนข้างยาวล้อมรอบด้วยพื้นที่ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงหุบเขา หลังจากเครื่องลงเสร็จ เราก็เดินผ่านไปยังตม. การเดินทางเข้าประเทศเกาหลี ไม่ต้องทำวีซ่า เนื่องจากในสมัยก่อนช่วงที่เกาหลีใต้ กับเกาหลีเหนือ ทำสงคราม ประเทศไทยได้ส่งทหารมาช่วยเกาหลีใต้รบ ตั้งแต่นั้นมาผู้ที่ถือพาสปอร์ตไทยจึงสามารถเข้าประเทศเกาหลี และอยู่ได้ 90 วัน โดยไม่ต้องยื่นวีซ่า หลังผ่านตม.เสร็จ คณะได้เดินทางไปยังโซรัคซาน ก่อนการเดินทางก็ต้องหาอะไรใส่ท้องกันก่อน เช้านี้เราแวะทานราเมน เป็นอาหารเช้า เพื่อเติมพลังก่อนเดินทางต่อ สถานที่ท่องเที่ยว คร่าวๆ มีดังนี้ค่ะ
SAMCHOEK RAILBIKE (ปั่นจักรยาน) เป็นจักรยานที่ให้ผู้ขับขื่ทั้งหมด 4 คน ปั่นไปบนรางรถไฟ เมื่อปั่นไปเรื่อยๆ จะมีทัศนียภาพต่างๆ กัน ผ่านทิวสน สลับกับเลาะเรื่อยไปทางทิวเขา เปลี่ยนด้วยชมวิวริมทะเล เข้าอุโมงค์ที่มีแสงสีตระการตา เป็นการปั่นจักรยานที่ดูแล้วไม่น่าเบื่อเลยค่ะ
โซรัคซาน เป็นอุทยานแห่งชาติที่สำคัญติดอันดับ 1 ใน 3 ของเกาหลี ซึ่งภายในอุทยานยังมีสภาพความสมบูณณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. จะเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งต้นไม้ภายในอุทยานจะแข่งขันกันเปลี่ยนสี อาทิเช่น เหลือง ส้ม ชมพู แดง ฯลฯ ท้าทายให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความงดงามนี้ ภายในอุทยานมีวัดที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายใน ชื่อวัดชินฮึนซาเป็นวัดที่เก่าแก่ หลังจากได้นมัสการพระพุทธรูปสัมฤทธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ ฉันมีโอกาสได้ขึ้นกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ ดูเผินๆอาจบรรจุคนได้น้อย แต่เมื่อได้เข้าไปปรากฎว่าจุผู้โดยสารได้เยอะจิงๆ ค่ะ ด้านบนยอดเขาจะเป็นจุดชมวิว ให้พวกเราได้สัมผัส แต่บังเอิญว่าช่วงวันที่เดินทางมีฝนตกลงมาเล็กน้อย จึงมีหมอกค่อนข้างมาก แต่ดูแล้วไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการถ่ายภาพและก็ได้นางแบบและนายแบบในตรีมเสื้อกันฝนดูแล้วสวยไปอีกแบบค่ะ
หมู่บ้านพื้นเมือง ( FOLK VILLAGE ) เป็นหมู่บ้านที่จำลองมาจากหมู่บ้านและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกาหลี โบราณทั้งลักษณะบ้าน รูปแบบและเอกลักษณ์บ้านของประชาชนในแต่ละชนชั้น ทางเดินถนนหนทาง ให้ความรู้สึกเหมือนกับได้มีส่วนร่วม และเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านเหมือนฉากในละครเกาหลี ที่เรานิยมชมกันในปัจจุบัน
บลูเฮ้าท์ เป็นที่ตั้งของทำเนียบประนาธิบดี ด้านหน้าจะมีรูปอนุเสาวรีย์นกฟินิกส์ คนเกาหลีเชื่อว่านกฟินิกส์เปรียบได้กับความเป็นอมตะ ในการเดินทางจะผ่านทำเนียบประธานาธิบดีจึงจำต้องมีทหารอยู่มาก และห้ามถ่ายรูปค่ะ เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัย และป้องกันการสอดแนมจากเกาหลีเหนืออีกด้วย จากนั้นคณะได้เยี่ยมชมที่ พระราชวังเคียงบ็อก เป็นพระราชวังเดิม ที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ภายในตกแต่งเป็นที่กษัตริย์เกาหลี เคยใช้พำนัก และว่าราชการในสมัยก่อน ก่อนที่จะถูกทำลายลงจากสงครามในครั้งที่ญี่ปุ่นยึดครอง
หอคอยกรุงโซล (โซลทาวเวอร์) เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโซล สามารถชมทัศนียภาพรอบๆ กรุงโซลได้รอบทิศ ด้านล่างจะมีพิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์ เป็นการรวบรวมเอาหมีเท็ดดี้ มาจัดใช้แสดงประกอบเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่อดีตของเกาหลี จนถึงปัจจุบัน
เกาหลีจะมีชื่อเสียงในเรื่องของแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องสำอางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ย่านเมียงดง ทงแดมุน อิซาดง ฯลฯ ซึ่งเอกลักษณ์การแต่งกายนี้เอง จึงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกอยากที่จะเข้ามาสัมผัส ส่วนฉันได้ไปสัมผัสมา จะเห็นได้ว่าคนเกาหลี หน้าตาดีจริงๆ ค่ะ
แม้แต่สมุนไพร คนเกาหลีนิยมที่จะดูแลร่างกายเป็นอย่างดี จึงมีผลิตพันธ์สมุนไพรหลายๆ ชนิด ที่ใช้บำรุงร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโสม ซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อมาก เปรียบได้ว่าคนที่มาเกาหลีถ้าไม่ได้ลิ้มลองชิมโสม เหมือนกับยังมาไม่ถึงเกาหลี ดังนั้นในเมนูอาหารหลายๆ เมนู จึงนิยมที่จะมีสมุนไพรต่างๆใส่ลงในอาหารด้วย อาทิเช่น ซัมเคทัง หรือไก่ตุ๋นโสม เป็นไก่ที่นำไปตุ๋นในหม้อ พร้อมกับโสม ทานคู่กับราเมน แล้วใส่พริกป่นไทยนิดหน่อย โอเคเลยค่ะ
อาหารการกินของเกาหลี “กิมจิ” เมื่อได้ชื่อนี้ แทบไม่มีเลยที่ไม่รู้จัก กิมจิ เป็นอาหารพื้นเมืองของเกาหลี แทบทุกเมนูในมื้ออาหารจะต้องมีกิมจิ เข้ามาเป็นเครื่องเคียงในมื้ออาหาร กิมจิเป็นอาหารที่เกิดจากการที่คนเกาหลี ต้องการถนอมอาหารให้สามารถเก็บเอาไว้กินได้นานที่สุด เชื่อเลยนะคะ ว่าคนเกาหลี จะสามารถทำกิมจิ ได้มากกว่า 160 ชนิด ถ้าท่านที่ต้องการไปเกาหลี ต้องลองชิมกิมจิ ดูนะคะ ส่วนตัวฉันเอง ได้ทดสอบมาแล้วค่ะ
การเดินทางในครั้งนี้ ทำให้ฉันได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาษา การดำรงชีวิต อาหารการกิน ล้วนแล้วแต่ให้มีอะไรให้น่าค้นหา ฉันเองก็ได้เก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากมุมที่เราอยู่ ที่เราสัมผัส และการเปิดใจยอมรับในสิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากสิ่งที่มี เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่จะทำให้ตัวเรานั้นซึมซับ ในสิ่งที่เราได้พบ และสัมผัสได้เป็นอย่างดี การกระทำเช่นนี้ฉันคิดว่าไม่ว่าจะท่องเที่ยวที่ไหน เราก็จะมีความสุขได้ตลอดการเดินทาง
P